ภควัท-คีตา ฉบับเดิม
บทที่ สิบสอง
การอุทิศตนเสียสละรับใช้
evaṁ satata-yuktā ye
bhaktās tvāṁ paryupāsate
ye cāpy akṣaram avyaktaṁ
teṣāṁ ke yoga-vittamāḥ
เอวํ สตต-ยุกฺตา เย
ภกฺตาสฺ ตฺวำ ปรฺยุปาสเต
เย จาปฺยฺ อกฺษรมฺ อวฺยกฺตํ
เตษำ เก โยค-วิตฺตมาห์
คำแปล
อรฺชุน ทรงถามว่า ระหว่างพวกที่ปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้แด่พระองค์อย่างถูกต้องเสมอ และพวกที่บูชา พฺรหฺมนฺ อันไร้รูปลักษณ์ที่ไม่ปรากฏ พิจารณาว่าพวกไหนสมบูรณ์กว่ากัน
คำอธิบาย
บัดนี้ องค์กฺฤษฺณทรงอธิบายเกี่ยวกับเรื่องมีรูปลักษณ์ ไม่มีรูปลักษณ์ และรูปลักษณ์จักรวาล พร้อมทั้งอธิบายถึงสาวก และโยคีทั้งหลาย โดยทั่วไปนักทิพย์นิยมแบ่งออกเป็นสองพวก พวกหนึ่งไม่เชื่อในรูปลักษณ์ และอีกพวกหนึ่งเชื่อในรูปลักษณ์ สาวกผู้เชื่อในรูปลักษณ์ปฏิบัติด้วยพลังงานทั้งหมดเพื่อรับใช้องค์ภควานฺ ผู้ไม่เชื่อในรูปลักษณ์มีการปฏิบัติเช่นกันโดยการทำสมาธิอยู่ที่ พฺรหฺมนฺ อันไร้รูปลักษณ์ที่ไม่ปรากฏ แต่จะไม่รับใช้องค์กฺฤษฺณโดยตรง
เราพบในบทนี้ว่า ในวิธีการต่างๆ เพื่อการรู้แจ้งสัจธรรม ภกฺติ-โยค หรือการอุทิศตนเสียสละรับใช้นั้นเป็นวิธีที่สูงสุด หากผู้ใดปรารถนามาอยู่ใกล้ชิดกับบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้า ผู้นั้นจะต้องปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้
พวกที่บูชาองค์ภควานฺโดยตรง ด้วยการอุทิศตนเสียสละรับใช้ เรียกว่า พวกเชื่อในรูปลักษณ์ พวกปฏิบัติสมาธิอยู่ที่ พฺรหฺมนฺ อันไร้รูปลักษณ์ เรียกว่า พวกไม่เชื่อในรูปลักษณ์ ณ ที่นี้ อรฺชุน ทรงถามว่าสถานภาพไหนดีกว่ากัน มีวิธีต่างๆ เพื่อรู้แจ้งสัจธรรม แต่องค์กฺฤษฺณทรงแสดงในบทนี้ว่า ภกฺติ-โยค หรือการอุทิศตนเสียสละรับใช้ต่อพระองค์เป็นสิ่งที่สูงสุด เป็นสิ่งที่โดยตรงที่สุด และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการได้อยู่ใกล้ชิดกับองค์ภควานฺ
ในบทที่สองของ ภควัท-คีตา องค์ภควานฺทรงอธิบายว่า สิ่งมีชีวิตไม่ใช่ร่างวัตถุ แต่เป็นละอองอณูทิพย์ และสัจธรรมเป็นส่วนทิพย์ที่สมบูรณ์ ในบทที่เจ็ดองค์ภควานฺทรงแนะนำว่า สิ่งมีชีวิตในฐานะที่เป็นละอองอณูของส่วนที่สมบูรณ์สูงสุด จึงควรย้ายความสนใจทั้งหมดไปสู่ส่วนที่สมบูรณ์ จากนั้นในบทที่แปดได้กล่าวไว้ว่า หากผู้ใดระลึกถึงองค์กฺฤษฺณในขณะที่ออกจากร่างวัตถุ จะย้ายไปสู่ท้องฟ้าทิพย์ที่พระตำหนักของพระองค์โดยทันที และในตอนท้ายของบทที่หกองค์ภควานฺตรัสอย่างชัดเจนว่า ในบรรดาโยคีทั้งหลาย ผู้ที่ระลึกถึงองค์กฺฤษฺณภายในตนเองเสมอ พิจารณาว่าเป็นผู้ที่สมบูรณ์สูงสุด ดังนั้น ในทุกๆ บทจะเห็นข้อสรุปว่า เราควรยึดมั่นอยู่ที่รูปลักษณ์ส่วนพระองค์ขององค์กฺฤษฺณ เพราะนั่นคือความรู้แจ้งทิพย์ที่สูงสุด
อย่างไรก็ดี มีพวกที่ไม่ยึดมั่นอยู่กับรูปลักษณ์ส่วนพระองค์ขององค์กฺฤษฺณ ไม่ยึดมั่นอย่างแน่วแน่แม้ในการเตรียมคำอธิบาย ภควัท-คีตา แต่ต้องการทำให้ผู้คนไขว้เขวไปจากองค์กฺฤษฺณ เพื่อเปลี่ยนย้ายการอุทิศตนเสียสละทั้งหมดไปที่ พฺรหฺม-โชฺยติรฺ ซึ่งไร้รูปลักษณ์ และชอบทำสมาธิอยู่กับสิ่งที่ไม่มีรูปลักษณ์แห่งสัจธรรมมากกว่า ซึ่งอยู่เกินเอื้อมประสาทสัมผัส และไม่เป็นที่ปรากฏ
อันที่จริงมีนักทิพย์นิยมอยู่สองกลุ่ม บัดนี้ อรฺชุน ทรงพยายามสรุปคำถามว่า วิธีใดง่ายกว่ากัน และกลุ่มไหนสมบูรณ์ที่สุด อีกนัยหนึ่ง ท่านทำให้สถานภาพของท่านเองกระจ่างขึ้น เนื่องจากท่านยึดมั่นอยู่กับรูปลักษณ์ส่วนพระองค์ขององค์กฺฤษฺณ อรฺชุน ทรงไม่ยึดติดอยู่กับ พฺรหฺมนฺ อันไร้รูปลักษณ์ และปรารถนาจะทราบว่า สถานภาพของท่านนั้นปลอดภัยหรือไม่ ปรากฏการณ์อันไร้รูปลักษณ์ ไม่ว่าในโลกวัตถุนี้ หรือในโลกทิพย์ขององค์ภควานฺจะเป็นปัญหาในการทำสมาธิ อันที่จริง เราไม่สามารถสำเหนียกเกี่ยวกับลักษณะอันไร้รูปลักษณ์แห่งสัจธรรมได้อย่างถ่องแท้ ดังนั้น อรฺชุน ทรงปรารถนาจะกล่าวว่า “จะมีประโยชน์อันใดกับการสูญเสียเวลาไปเช่นนี้” อรฺชุน ทรงอธิบายในบทที่สิบเอ็ดว่า การยึดมั่นอยู่กับรูปลักษณ์ส่วนพระองค์ขององค์กฺฤษฺณดีที่สุด เพราะทำให้ท่านเข้าใจรูปลักษณ์อื่นๆ ทั้งหมดได้ในขณะเดียวกัน และความรักที่ท่านมีต่อองค์กฺฤษฺณก็จะไม่ถูกรบกวน อรฺชุน ทรงได้ถามคำถามสำคัญนี้ต่อองค์กฺฤษฺณ จะทำให้ข้อแตกต่างระหว่างแนวคิดที่ไร้รูปลักษณ์ และแนวคิดที่มีรูปลักษณ์แห่งสัจธรรมกระจ่างขึ้น
mayy āveśya mano ye māṁ
nitya-yuktā upāsate
śraddhayā parayopetās
te me yukta-tamā matāḥ
มยฺยฺ อาเวศฺย มโน เย มำ
นิตฺย-ยุกฺตา อุปาสเต
ศฺรทฺธยา ปรโยเปตาสฺ
เต เม ยุกฺต-ตมา มตาห์
คำแปล
องค์ภควานทรงตรัสว่า พวกที่ตั้งมั่นจิตอยู่ที่รูปลักษณ์ส่วนตัวของข้า และปฏิบัติในการบูชาข้าด้วยความศรัทธาทิพย์อันยิ่งใหญ่เสมอ ข้าพิจารณาว่า เป็นพวกที่สมบูรณ์ที่สุด
คำอธิบาย
ในการตอบคำถามของอรฺชุน องค์กฺฤษฺณตรัสอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ตั้งสมาธิอยู่ที่รูปลักษณ์ส่วนตัวของพระองค์ บูชาพระองค์ด้วยความศรัทธา และอุทิศตนเสียสละพิจารณาว่าเป็นผู้สมบูรณ์สูงสุดในโยคะ สำหรับผู้ที่อยู่ในกฺฤษฺณจิตสำนึกเช่นนี้จะไม่มีกิจกรรมทางวัตถุ เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างกระทำไปเพื่อองค์กฺฤษฺณ สาวกผู้บริสุทธิ์ปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา บางครั้งสวดภาวนา บางครั้งสดับฟัง หรืออ่านหนังสือเกี่ยวกับองค์กฺฤษฺณ บางครั้งปรุง ปฺรสาทมฺ หรือไปตลาดเพื่อซื้อสิ่งของจำเป็นให้องค์กฺฤษฺณ บางครั้งทำความสะอาดวัด หรือล้างจาน เขาจะทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อไม่ให้เวลาแม้แต่นาทีเดียวผ่านไปโดยไม่อุทิศตนเสียสละกิจกรรมให้องค์กฺฤษฺณ การกระทำเช่นนี้พิจารณาว่าอยู่ในสมาธิที่สมบูรณ์
avyaktaṁ paryupāsate
sarvatra-gam acintyaṁ ca
kūṭa-stham acalaṁ dhruvam
อวฺยกฺตํ ปรฺยุปาสเต
สรฺวตฺร-คมฺ อจินฺตฺยํ จ
กูฏ-สฺถมฺ อจลํ ธฺรุวมฺ
sarvatra sama-buddhayaḥ
te prāpnuvanti mām eva
sarva-bhūta-hite ratāḥ
สรฺวตฺร สม-พุทฺธยห์
เต ปฺราปฺนุวนฺติ มามฺ เอว
สรฺว-ภูต-หิเต รตาห์
คำแปล
แต่พวกที่บูชาอย่างจริงจังกับสิ่งที่ไม่ปรากฏซึ่งอยู่เหนือความเข้าใจของประสาทสัมผัส แผ่กระจายไปทั่ว ไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มั่นคง และไม่เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นแนวคิดอันไร้รูปลักษณ์แห่งสัจธรรมด้วยการควบคุมประสาทสัมผัส และปฏิบัติเสมอภาคกับทุกๆคน บุคคลเช่นนี้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของมวลชีวิต ในที่สุดจะบรรลุถึงข้า
คำอธิบาย
พวกที่ไม่บูชาองค์ภควานฺ กฺฤษฺณโดยตรง แต่พยายามบรรลุถึงเป้าหมายเดียวกันด้วยวิถีทางอ้อม ในที่สุดจะบรรลุถึงเป้าหมายเช่นเดียวกัน คือ ศฺรีกฺฤษฺณ “หลังจากหลายต่อหลายชาติ มนุษย์ผู้มีปัญญาจะแสวงหาที่พึ่งในข้า รู้แจ้งว่า วาสุเทว คือ ทุกสิ่งทุกอย่าง” เมื่อคนนั้นมีความรู้อย่างสมบูรณ์หลังจากหลายต่อหลายชาติ เขาจะศิโรราบต่อองค์ศฺรีกฺฤษฺณ หากเข้าหาองค์ภควานฺด้วยวิธีที่กล่าวไว้ในโศลกนี้ เขาต้องควบคุมประสาทสัมผัส รับใช้ทุกๆ คน และปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของมวลชีวิต สรุปแล้วว่า ต้องเข้าพบองค์กฺฤษฺณไม่เช่นนั้นจะไม่รู้แจ้งอย่างสมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะปฏิบัติบำเพ็ญเพียรกันอย่างมาก ก่อนที่จะศิโรราบต่อพระองค์โดยสมบูรณ์
เพื่อสำเหนียกถึงองค์อภิวิญญาณภายในปัจเจกวิญญาณ เขาต้องหยุดกิจกรรมทางประสาทสัมผัส เช่น การเห็น การสดับฟัง การลิ้มรส การทำงาน ฯลฯ จากนั้นจึงมาถึงจุดที่เข้าใจว่า องค์อภิวิญญาณทรงปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่ง เมื่อรู้แจ้งเช่นนี้เขาจะไม่อิจฉาชีวิตใด จะเห็นมนุษย์ และสัตว์เท่าเทียมกัน เพราะเห็นแต่ดวงวิญญาณเท่านั้น เขาไม่เห็นที่สิ่งปกคลุมภายนอก สำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไป วิธีแห่งการรู้แจ้งที่ไร้รูปลักษณ์เช่นนี้ยากลำบากมาก
avyaktāsakta-cetasām
avyaktā hi gatir duḥkhaṁ
dehavadbhir avāpyate
อวฺยกฺตาสกฺต-เจตสามฺ
อวฺยกฺตา หิ คติรฺ ทุห์ขํ
เทหวทฺภิรฺ อวาปฺยเต
คำแปล
สำหรับพวกที่จิตใจยึดติดอยู่กับลักษณะที่ไร้รูปลักษณ์อันไม่ปรากฏขององค์ภควานฺ ความเจริญก้าวหน้านั้นมีปัญหามาก การทำความเจริญก้าวหน้าในนิกายนี้ ยากเสมอสำหรับผู้ที่อยู่ในร่างกาย
คำอธิบาย
กลุ่มนักทิพย์นิยมผู้ปฏิบัติตามวิถีทางที่มองไม่เห็น ไม่เป็นที่ปรากฏ ลักษณะไร้รูปลักษณ์ขององค์ภควานฺ เรียกว่า ชฺญาน-โยคี และบุคคลผู้อยู่ในกฺฤษฺณจิตสำนึกโดยสมบูรณ์ปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้ต่อองค์ภควานฺ เรียกว่า ภกฺติ-โยคี บัดนี้ข้อแตกต่างระหว่าง ชฺญาน-โยค และ ภกฺติ-โยค ได้อธิบายอย่างชัดเจน วิธีการของ ชฺญาน-โยค ถึงแม้ว่าในที่สุดจะนำมาถึงเป้าหมายเดียวกัน แต่มีปัญหามาก ขณะที่วิถีทางของ ภกฺติ-โยค วิธีการรับใช้บุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าโดยตรงง่ายกว่า และเป็นธรรมชาติสำหรับวิญญาณที่อยู่ในร่างกาย ปัจเจกวิญญาณอยู่ภายในร่างกายตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ จึงเป็นสิ่งยากมากที่จะให้เข้าใจเพียงแค่ทฤษฎีว่าตัวเขาไม่ใช่ร่างกาย ดังนั้น ภกฺติ-โยค ยอมรับพระปฏิมาขององค์กฺฤษฺณเป็นที่สักการบูชา เพราะมีแนวความคิดทางร่างกายบางอย่างตั้งมั่นอยู่ในจิตใจซึ่งนำมาปฏิบัติได้ แน่นอนว่าการบูชาบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าในรูปลักษณ์ของพระองค์ภายในวัดไม่ใช่เป็นการบูชารูปปั้น มีหลักฐานในวรรณกรรมพระเวทว่า การบูชาอาจเป็น สคุณ องค์ภควานฺผู้ครอบครอง และ นิรฺคุณ องค์ภควานฺในลักษณะไม่ครอบครอง การบูชาพระปฏิมาในวัดเป็นการบูชา สคุณ เพราะว่าองค์ภควานฺมีลักษณะทางวัตถุเป็นผู้แทน แต่รูปลักษณ์ขององค์ภควานฺถึงแม้ว่ามีลักษณะทางวัตถุเป็นผู้แทน เช่น หิน ไม้ หรือภาพวาดสีน้ำมัน อันที่จริงไม่ใช่วัตถุ นั่นคือธรรมชาติอันสมบูรณ์บริบูรณ์ขององค์ภควานฺ
ตัวอย่างง่ายๆ ให้ไว้ ณ ที่นี้คือ เราอาจพบตู้ไปรษณีย์ริมถนน หากเราหย่อนซองจดหมายลงไปในตู้ไปรษณีย์เหล่านั้น โดยธรรมชาติแล้วจดหมายจะไปถึงจุดหมายปลายทางโดยไม่ยากลำบาก แต่หากเป็นตู้เก่า หรือตู้ไปรษณีย์ปลอม ที่เราอาจพบซึ่งกรมไปรษณีย์ไม่รับรอง การส่งจดหมายนี้จะไม่ประสบผลสำเร็จ ในทำนองเดียวกัน องค์ภควานฺทรงมีผู้แทนที่รับรองได้ในรูปลักษณ์พระปฏิมา เรียกว่า อรฺจา-วิคฺรห อรฺจา-วิคฺรห นี้เป็นอวตารขององค์ภควานฺพระองค์จะทรงรับการรับใช้ผ่านรูปลักษณ์นั้น องค์ภควานฺผู้ทรงเดชมีพลังทั้งหมด ฉะนั้น อวตารในรูป อรฺจา-วิคฺรห ทรงสามารถรับการรับใช้ของสาวก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ในชีวิตที่อยู่ในสภาวะ
ดังนั้น สำหรับสาวกจะไม่มีความยากลำบากในการเข้าถึงองค์ภควานฺโดยตรง และรวดเร็ว แต่สำหรับพวกที่ปฏิบัติตามวิธีที่ไร้รูปลักษณ์เพื่อความรู้แจ้งทิพย์ วิถีทางนั้นยาก เพราะต้องทำความเข้าใจกับผู้แทนที่ไม่ปรากฏของพระองค์ผ่านทางวรรณกรรมพระเวท เช่น อุปนิษทฺ และต้องเรียนภาษา ต้องเข้าใจความรู้สึกที่มองไม่เห็น และต้องรู้แจ้งถึงวิธีกรรมทั้งหลายเหล่านี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายสำหรับมนุษย์ธรรมดา บุคคลในกฺฤษฺณจิตสำนึกปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้จากการชี้นำของพระอาจารย์ทิพย์ผู้ที่เชื่อถือได้ ถวายความเคารพต่อพระปฏิมาสม่ำเสมอ สดับฟังพระบารมีขององค์ภควานฺ และรับประทานอาหารส่วนที่เหลือหลังจากถวายให้พระองค์แล้ว เพียงแต่ทำสิ่งเหล่านี้ผู้นั้นจะสามารถรู้แจ้งถึงบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าโดยง่ายดาย พวกไม่เชื่อในรูปลักษณ์รับเอาวิธีปฏิบัติที่มีปัญหาด้วยความเสี่ยงที่จะไม่รู้แจ้งถึงสัจธรรมในบั้นปลายโดยไม่ต้องสงสัย แต่ผู้ที่เชื่อในรูปลักษณ์โดยปราศจากความเสี่ยง ปัญหา หรือความยากลำบากจะเข้าถึงบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าโดยตรง มีข้อความในทำนองเดียวกันนี้ปรากฏใน ศฺรีมทฺ-ภาควตมฺ ว่า หากผู้ใดในที่สุดต้องศิโรราบต่อบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้า (วิธีการศิโรราบนี้ เรียกว่า ภกฺติ) แต่ไปรับเอาความยากลำบากในการเข้าใจว่าอะไรคือ พฺรหฺมนฺ และอะไรไม่ใช่ พฺรหฺมนฺ และได้ใช้เวลาของตนตลอดชีวิตปฏิบัติเช่นนี้ผลที่ได้ก็มีแต่ปัญหา ฉะนั้น จึงแนะนำไว้ ณ ที่นี้ว่าเราไม่ควรรับเอาวิถีทางเพื่อการรู้แจ้งแห่งตนที่เป็นปัญหา เพราะว่าผลขั้นสุดท้ายจะไม่แน่นอน
สิ่งมีชีวิตเป็นปัจเจกวิญญาณชั่วกัลปวสานหากปรารถนาจะกลืนเข้าไปในส่วนทิพย์ เขาอาจบรรลุถึงความรู้แจ้งแง่มุมของความเป็นอมตะ และความรู้ในธรรมชาติเดิมแท้ของตน แต่ส่วนที่เป็นความปลื้มปีติสุขจะไม่สามารถรู้แจ้ง ด้วยพระกรุณาธิคุณของสาวกบางรูปทำให้นักทิพย์นิยมผู้มีความรู้สูงในวิธีของ ชฺญาน-โยค นี้อาจมาถึงจุดแห่ง ภกฺติ-โยค หรือการอุทิศตนเสียสละรับใช้ เมื่อถึงเวลานั้นการฝึกปฏิบัติตามลัทธิไร้รูปลักษณ์เป็นเวลายาวนานจะกลายมาเป็นปัญหา เพราะไม่สามารถยกเลิกความคิดนั้นได้ ดังนั้น วิญญาณผู้อยู่ในร่างจะมีความยากลำบากกับสิ่งที่ไม่ปรากฏทั้งในขณะที่ปฏิบัติและในขณะที่รู้แจ้ง ทุกดวงวิญญาณมีเสรีภาพบางส่วน และควรรู้อย่างแน่ชัดว่าความรู้แจ้งที่ไม่เป็นที่ปรากฏนี้ฝืนต่อธรรมชาติของตนเอง ซึ่งเป็นทิพย์ และมีความปลื้มปีติสุขจึงไม่ควรปฏิบัติตามวิธีนี้ สำหรับทุกๆ ปัจเจกชีวิตวิธีแห่งกฺฤษฺณจิตสำนึกจะนำมาซึ่งการปฏิบัติอุทิศตนเสียสละรับใช้อย่างสมบูรณ์ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากละเลยการอุทิศตนเสียสละรับใช้นี้จะเป็นอันตรายในการกลับไปสู่ลัทธิที่ไม่เชื่อในองค์ภควานฺ ดังนั้น วิธีที่มุ่งความตั้งใจไปยังสิ่งที่ไม่เป็นที่ปรากฏ ไม่สามารถมองเห็นได้ อยู่เหนือการเข้าถึงของประสาทสัมผัสได้แสดงไว้ในโศลกนี้ว่า ไม่ควรได้รับการส่งเสริมไม่ว่าในเวลาใดโดยเฉพาะในยุคนี้ซึ่งองค์ศฺรีกฺฤษฺณทรงไม่แนะนำ
mayi sannyasya mat-parāḥ
ananyenaiva yogena
māṁ dhyāyanta upāsate
มยิ สนฺนฺยสฺย มตฺ-ปราห์
อนเนฺยไนว โยเคน
มำ ธฺยายนฺต อุปาสเต
mṛtyu-saṁsāra-sāgarāt
bhavāmi na cirāt pārtha
mayy āveśita-cetasām
มฺฤตฺยุ-สํสาร-สาคราตฺ
ภวามิ น จิราตฺ ปารฺถ
มยฺยฺ อาเวศิต-เจตสามฺ
คำแปล
แต่พวกที่บูชาข้า ถวายกิจกรรมทั้งหมด และเสียสละแด่ข้าโดยไม่เบี่ยงเบน ปฏิบัติในการอุทิศตนเสียสละรับใช้ และทำสมาธิอยู่ที่ข้าเสมอ ตั้งจิตมั่นอยู่ที่ข้า โอ้ โอรสพระนาง ปฺฤถา ข้าคือผู้จัดส่งพวกเขาให้ออกจากมหาสมุทรแห่งการเกิด และการตายโดยเร่งด่วน
คำอธิบาย
ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนตรงนี้ว่า สาวกโชคดีมากที่องค์ภควานฺทรงจัดส่งให้ออกจากความเป็นอยู่ทางวัตถุโดยเร็ว ด้วยการอุทิศตนเสียสละรับใช้ที่บริสุทธิ์เรารู้แจ้งว่าองค์ภควานฺนั้นทรงยิ่งใหญ่ และปัจเจกวิญญาณเป็นผู้น้อยด้อยกว่าพระองค์ หน้าที่ของเราคือถวายการรับใช้องค์ภควานฺ หากไม่กระทำเช่นนี้เราจะต้องรับใช้มายา
ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า องค์ภควานฺทรงชื่นชมยินดีกับการอุทิศตนเสียสละรับใช้เท่านั้น ฉะนั้น เราควรอุทิศตนเสียสละอย่างเต็มที่ ควรตั้งมั่นจิตอยู่ที่องค์กฺฤษฺณอย่างสมบูรณ์เพื่อบรรลุถึงพระองค์ เราควรทำงานเพื่อองค์กฺฤษฺณเท่านั้น และไม่สำคัญว่างานนั้นเป็นงานอะไร แต่งานนั้นควรทำไปเพื่อองค์กฺฤษฺณเท่านั้น นั่นคือมาตรฐานการอุทิศตนเสียสละรับใช้ สาวกไม่ปรารถนาจะบรรลุถึงเป้าหมายอื่นใดนอกจากทำให้บุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าทรงชื่นชมยินดี ภารกิจในชีวิตของเราคือทำให้องค์กฺฤษฺณทรงพอพระทัยจนเราสามารถเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความพึงพอพระทัยของพระองค์ เหมือนกับ อรฺชุน ทรงกระทำที่สมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร วิธีการนั้นง่ายมาก เราสามารถอุทิศตนเสียสละอยู่ในอาชีพของเรา และในขณะเดียวกันสวดภาวนา หเร กฺฤษฺณ หเร กฺฤษฺณ กฺฤษฺณ กฺฤษฺณ หเร หเร / หเร ราม หเร ราม ราม ราม หเร หเร การสวดภาวนาทิพย์เช่นนี้จะดึงดูดสาวกมาที่องค์ภควานฺ
ณ ที่นี้ องค์ภควานฺทรงสัญญาว่าโดยไม่ล่าช้าพระองค์จะจัดส่งสาวกผู้ปฏิบัติโดยบริสุทธิ์เช่นนี้ จากมหาสมุทรแห่งความเป็นอยู่ทางวัตถุ พวกที่เจริญในการปฏิบัติโยคะสามารถโอนย้ายดวงวิญญาณ ตามความปรารถนาของตนไปยังโลกใดก็ได้ที่ตนชอบด้วยวิธีโยคะ บุคคลอื่นจะฉวยโอกาสจากหลายวิธี แต่สำหรับสาวกได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนตรงนี้ว่า องค์ภควานฺเองจะทรงมารับเขา สาวกไม่จำเป็นต้องรอให้มีประสบการณ์มากเพื่อย้ายโอนตนเองไปยังท้องฟ้าทิพย์
ใน วราห ปุราณ โศลกนี้ปรากฏ
อรฺจิรฺ-อาทิ-คตึ วินา
ครุฑ-สฺกนฺธมฺ อาโรปฺย
ยเถจฺฉมฺ อนิวาริตห์
คำอธิบายคือ สาวกไม่จำเป็นต้องฝึกปฏิบัติ อษฺฏางฺค-โยค เพื่อโอนย้ายดวงวิญญาณของตนไปยังโลกทิพย์ องค์ภควานฺเองทรงเป็นผู้รับผิดชอบ โดยกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า พระองค์เองจะกลายมาเป็นผู้จัดส่ง เด็กน้อยที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองโดยสมบูรณ์ สถานภาพของเขานั้นปลอดภัย ในทำนองเดียวกัน สาวกไม่จำเป็นต้องพยายามโอนย้ายตนเองด้วยการฝึกปฏิบัติโยคะเพื่อไปยังโลกอื่นๆ แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพระองค์เสด็จมาทันที ทรงประทับอยู่บนหลังพญาครุฑ (ครุฑ) และจัดส่งสาวกจากความเป็นอยู่ทางวัตถุโดยทันที แม้ว่ามนุษย์ผู้ตกลงไปในมหาสมุทรอาจดิ้นรนด้วยความยากลำบากมาก อาจเป็นผู้ชำนาญในการว่ายน้ำ แต่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ถ้าหากมีใครคนหนึ่งมาช่วยรับให้ขึ้นจากน้ำ เขาจะได้รับความปลอดภัยโดยง่ายดาย ในทำนองเดียวกัน พระองค์ทรงรับสาวกจากความเป็นอยู่ทางวัตถุนี้ เราเพียงแต่ต้องปฏิบัติวิธีง่ายๆ ของกฺฤษฺณจิตสำนึก และปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้โดยสมบูรณ์ ผู้มีปัญญาควรชอบวิธีแห่งการอุทิศตนเสียสละรับใช้มากกว่าวิถีทางอื่นทั้งหมดเสมอ ใน นารายณีย ได้ยืนยันไว้ดังนี้
ปุรุษารฺถ-จตุษฺฏเย
ตยา วินา ตทฺ อาปฺโนติ
นโร นารายณาศฺรยห์
คำอธิบายของโศลกนี้คือ เราไม่ควรปฏิบัติวิธีต่างๆ ในกิจกรรมเพื่อหวังผลทางวัตถุ หรือพัฒนาความรู้ด้วยวิธีการคาดคะเนทางจิต ผู้ที่อุทิศตนเสียสละแด่บุคลิกภาพสูงสุดสามารถได้รับประโยชน์ทั้งหลายที่ได้รับจากวิธีโยคะอื่นๆ เช่น จากการคาดคะเน จากพิธีบูชา จากการบวงสรวง จากการให้ทาน ฯลฯ นั่นคือพรโดยเฉพาะจากการอุทิศตนเสียสละรับใช้
เพียงแต่สวดภาวนาพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของศฺรีกฺฤษฺณ หเร กฺฤษฺณ หเร กฺฤษฺณ กฺฤษฺณ กฺฤษฺณ หเร หเร / หเร ราม หเร ราม ราม ราม หเร หเร สาวกขององค์ภควานฺสามารถบรรลุถึงจุดมุ่งหมายสูงสุดโดยง่ายดาย อย่างมีความสุข แต่จุดมุ่งหมายนี้ ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยวิธีการทางศาสนาอื่นใด
ข้อสรุปของ ภควัท-คีตา กล่าวไว้ในบทที่สิบแปด ดังนี้
มามฺ เอกํ ศรณํ วฺรช
อหํ ตฺวำ สรฺว-ปาเปโภฺย
โมกฺษยิษฺยามิ มา ศุจห์
เราควรยกเลิกวิธีการอื่นๆ ทั้งหมดเพื่อความรู้แจ้งแห่งตน และเพียงแต่ปฏิบัติอุทิศตนเสียสละรับใช้ในกฺฤษฺณจิตสำนึกเท่านั้น เช่นนี้จะทำให้เราบรรลุถึงความสมบูรณ์สูงสุดแห่งชีวิต ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงบาปกรรมของตนในชาติปางก่อน เพราะว่าองค์ภควานฺทรงดูแลเราอย่างสมบูรณ์ ฉะนั้น เราไม่ควรพยายามจัดส่งตนเองในความรู้แจ้งทิพย์โดยไร้ประโยชน์ ทุกคนควรมาพึ่งศฺรีกฺฤษฺณ องค์ภควานฺ ผู้ทรงเดชสูงสุด นั่นคือความสมบูรณ์สูงสุดแห่งชีวิต
mayi buddhiṁ niveśaya
nivasiṣyasi mayy eva
ata ūrdhvaṁ na saṁśayaḥ
มยิ พุทฺธึ นิเวศย
นิวสิษฺยสิ มยฺยฺ เอว
อต อูรฺธฺวํ น สํศยห์
คำแปล
เพียงแต่ตั้งมั่นจิตของเธออยู่ที่ข้า บุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้า และใช้ปัญญาของเธอทั้งหมดในข้า เช่นนี้เธอจะอยู่ในข้าเสมอโดยไม่ต้องสงสัย
คำอธิบาย
ผู้ปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้ต่อศฺรีกฺฤษฺณมีชีวิตอยู่ในความสัมพันธ์โดยตรงกับพระองค์ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าสถานภาพของเขานั้นเป็นทิพย์ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น สาวกไม่ได้อยู่ในระดับวัตถุ แต่อยู่ในองค์กฺฤษฺณ พระนามอันศักดิ์สิทธิ์ขององค์ภควานฺ และองค์ภควานฺไม่มีความแตกต่างกัน ดังนั้น เมื่อสาวกภาวนา หเร กฺฤษฺณ ทั้งองค์กฺฤษฺณ และพลังเบื้องสูงของพระองค์จะลีลาศอยู่บนลิ้นของสาวก เมื่อเราถวายอาหารให้องค์กฺฤษฺณพระองค์ทรงรับอาหารนั้นไปเสวยโดยตรง จากการรับประทานอาหารส่วนที่เหลือทำให้สาวกมีกฺฤษฺณจิตสำนึก ผู้ที่ไม่ปฏิบัติการรับใช้เช่นนี้จะไม่สามารถเข้าใจว่าเป็นไปได้อย่างไร ถึงแม้ว่าวิธีนี้ได้แนะนำไว้ใน ภควัท-คีตา และในวรรณกรรมพระเวทอื่นๆก็ตาม
na śaknoṣi mayi sthiram
abhyāsa-yogena tato
mām icchāptuṁ dhanañ-jaya
น ศกฺโนษิ มยิ สฺถิรมฺ
อภฺยาส-โยเคน ตโต
มามฺ อิจฺฉาปฺตุํ ธนญฺ-ชย
คำแปล
อรฺชุน ที่รัก โอ้ ผู้ชนะความร่ำรวย หากไม่สามารถตั้งจิตมั่นอยู่ที่ข้าโดยไม่เบี่ยงเบน เธอก็ปฏิบัติตามหลักธรรมของ ภกฺติ - โยค เช่นนี้ เธอจะพัฒนาความปรารถนาที่จะบรรลุถึงข้า
คำอธิบาย
โศลกนี้แสดงให้เห็น ภกฺติ-โยค สองวิธี วิธีแรกสำหรับผู้ที่ได้พัฒนาความยึดมั่นด้วยความรักทิพย์ต่อองค์กฺฤษฺณ บุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าแล้วอย่างแท้จริง และอีกวิธีหนึ่ง สำหรับผู้ที่ยังไม่พัฒนาความยึดมั่นต่อองค์ภควานฺด้วยความรักทิพย์ สำหรับกลุ่มที่สองนี้มีกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดไว้ ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ และในที่สุดจะพัฒนามาถึงระดับแห่งความยึดมั่นต่อองค์กฺฤษฺณ
ภกฺติ-โยค เป็นวิธีทำให้ประสาทสัมผัสต่างๆ บริสุทธิ์ขึ้น ในความเป็นอยู่ปัจจุบันประสาทสัมผัสนั้นไม่บริสุทธิ์เสมอ เนื่องจากได้คลุกคลีอยู่ในการสนองประสาทสัมผัส แต่จากการปฏิบัติ ภกฺติ-โยค ประสาทสัมผัสเหล่านี้ถูกทำให้บริสุทธิ์ขึ้นได้ และในระดับที่บริสุทธิ์ เราจะมาสัมผัสกับองค์ภควานฺโดยตรง ในความเป็นอยู่ทางวัตถุนี้ เราอาจปฏิบัติรับใช้บางสิ่งบางอย่างให้เจ้านายบางคน แต่ไม่ได้ทำไปด้วยความรักเจ้านายจริง เราเพียงแต่รับใช้เพื่อให้ได้เงินมาเท่านั้น เจ้านายก็ไม่มีความรักเช่นเดียวกัน ได้แต่รับการรับใช้จากเรา และจ่ายเงินให้ ดังนั้น จึงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความรักเลย แต่สำหรับชีวิตทิพย์เราต้องพัฒนามาถึงระดับแห่งความรักที่บริสุทธิ์ ระดับแห่งความรักที่บริสุทธิ์นั้นบรรลุได้ด้วยการปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้ ซึ่งใช้ประสาทสัมผัสที่ปัจจุบันมีอยู่ปฏิบัติการ
ปัจจุบันความรักแห่งองค์ภควานฺนี้ซ่อนเร้นอยู่ภายในหัวใจของทุกๆ คน ความรักแห่งพระองค์จึงปรากฏออกมาในรูปแบบต่างๆ กัน แต่ที่ปรากฏมีมลทินเนื่องจากมาสัมพันธ์กับวัตถุ ดังนั้น ต้องทำให้หัวใจที่เราได้คบหาสมาคมกับวัตถุนั้นบริสุทธิ์ขึ้น จากนั้นความรักองค์กฺฤษฺณที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในตามธรรมชาติของเราจะได้รับการฟื้นฟูขึ้นมา นี่คือวิธีการทั้งหมด
ในการปฏิบัติตามหลักธรรมของ ภกฺติ-โยค ภายใต้การแนะนำของพระอาจารย์ทิพย์ผู้มีความชำนาญ เราควรปฏิบัติตามหลักธรรมบางประการ เช่น ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ อาบน้ำ เข้าวัด ถวายบทมนต์ และสวดภาวนา หเร กฺฤษฺณ จากนั้นไปเก็บดอกไม้มาถวายให้พระปฏิมา ปรุงอาหาร และถวายให้พระปฏิมา รับประทานอาหารทิพย์ (ปฺรสาทมฺ) ฯลฯ มีกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ควรปฏิบัติตาม เราควรสดับฟัง ภควัท-คีตา และ ศฺรีมทฺ-ภาควตมฺ จากเหล่าสาวกผู้บริสุทธิ์เสมอ การปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยทุกคนให้เจริญขึ้นมาถึงระดับแห่งความรักองค์ภควานฺ หลังจากนั้นเราจะมั่นใจในความเจริญก้าวหน้าไปสู่อาณาจักรทิพย์แห่งองค์ภควานฺ การปฏิบัติ ภกฺติ-โยค ภายใต้กฎเกณฑ์จากการนำทางของพระอาจารย์ทิพย์นี้ จะนำให้เราไปถึงระดับแห่งความรักองค์ภควานฺอย่างแน่นอน
mat-karma-paramo bhava
mad-artham api karmāṇi
kurvan siddhim avāpsyasi
มตฺ-กรฺม-ปรโม ภว
มทฺ-อรฺถมฺ อปิ กรฺมาณิ
กุรฺวนฺ สิทฺธิมฺ อวาปฺสฺยสิ
คำแปล
หากไม่สามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของ ภกฺติ-โยค เธอก็พยายามทำงานให้แก่ข้า เพราะจากการทำงานให้ข้า เธอจะมาถึงระดับที่สมบูรณ์
คำอธิบาย
ผู้ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักธรรมของ ภกฺติ-โยค ภายใต้การแนะนำของพระอาจารย์ทิพย์ ยังถูกนำพาให้มาถึงระดับสมบูรณ์นี้ได้ด้วยการทำงานให้แด่องค์ภควานฺ เราจะทำงานนี้ได้อย่างไรนั้น ได้อธิบายไว้แล้วในโศลกที่ห้าสิบห้าของบทที่สิบเอ็ด เราควรมีความเห็นใจในการเผยแพร่กฺฤษฺณจิตสำนึก มีสาวกมากมายปฏิบัติตนในการเผยแพร่กฺฤษฺณจิตสำนึกซึ่งต้องการความช่วยเหลือ ดังนั้น แม้เราไม่สามารถปฏิบัติตามหลักธรรมของ ภกฺติ-โยค โดยตรงเราอาจพยายามช่วยงานนี้ได้ การริเริ่มกระทำสิ่งใดจำเป็นต้องใช้ที่ดิน เงินทุน องค์กร และแรงงาน เช่นเดียวกับธุรกิจ เราจำเป็นต้องมีสถานที่อยู่อาศัย มีเงินทุนสำหรับใช้จ่าย มีแรงงาน และมีองค์กรเพื่อขยาย สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีความจำเป็นในการรับใช้องค์กฺฤษฺณ ข้อแตกต่างก็คือในลัทธิวัตถุนิยมงานทำไปเพื่อสนองประสาทสัมผัส อย่างไรก็ดี งานที่คล้ายกันนี้สามารถกระทำได้เพื่อความพึงพอพระทัยขององค์กฺฤษฺณ และนั่นคือกิจกรรมทิพย์ หากมีเงินเพียงพอเราสามารถช่วยก่อสร้างสำนักงาน หรือสร้างวัดเพื่อเผยแพร่กฺฤษฺณจิตสำนึก หรืออาจช่วยในการพิมพ์หนังสือ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่น่าสนใจ หากเราไม่สามารถสละผลของกิจกรรม เราก็สามารถสละบางส่วนเพื่อเผยแพร่กฺฤษฺณจิตสำนึก การอาสาสมัครรับใช้เพื่อกฺฤษฺณจิตสำนึกนี้จะช่วยให้เราเจริญขึ้นไปถึงระดับแห่งความรักองค์ภควานฺที่สูงกว่า ซึ่งจะทำให้เราสมบูรณ์
kartuṁ mad-yogam āśritaḥ
sarva-karma-phala-tyāgaṁ
tataḥ kuru yatātmavān
กรฺตุํ มทฺ-โยคมฺ อาศฺริตห์
สรฺว-กรฺม-ผล-ตฺยาคํ
ตตห์ กุรุ ยตาตฺมวานฺ
คำแปล
อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถทำงานในจิตสำนึกแห่งข้านี้ได้ ก็พยายามเสียสละผลงานของเธอทั้งหมด และพยายามตั้งมั่นอยู่ในตนเอง
คำอธิบาย
อาจเป็นไปได้ที่เราไม่สามารถแม้แต่จะเห็นอกเห็นใจกับกิจกรรมต่างๆ ในกฺฤษฺณจิตสำนึก อันเนื่องมาจากข้อพิจารณาทางสังคม ทางครอบครัว หรือทางศาสนา หรือเนื่องมาจากอุปสรรคอื่นๆ หากเรายึดมั่นกับกิจกรรมในกฺฤษฺณจิตสำนึกโดยตรง อาจมีการคัดค้านจากสมาชิกในครอบครัว หรือมีความยุ่งยากอื่นๆ มากมาย สำหรับผู้ที่มีปัญหาเช่นนี้ได้แนะนำไว้ว่า เขาควรสละผลแห่งกิจกรรมที่สะสมมาเพื่อทำคุณประโยชน์บางประการ ขั้นตอนเหล่านี้ได้อธิบายไว้ในกฎเกณฑ์พระเวท ซึ่งอธิบายไว้มากมายเกี่ยวกับการเสียสละ และพิธีกรรมพิเศษเพื่อผลบุญ (ปุณฺย) หรืองานพิเศษ ซึ่งผลกรรมในอดีตของเขาอาจใช้ได้เพื่ออาจค่อยๆ พัฒนามาถึงระดับแห่งความรู้ ยังพบอีกว่าเมื่อไม่สนใจแม้ในกิจกรรมของกฺฤษฺณจิตสำนึก การให้ทานกับโรงพยาบาล หรือสถาบันเพื่อสังคมบางแห่งจะทำให้เขาสละผลงานที่ได้มาด้วยความเหนื่อยยากซึ่งแนะนำไว้ ณ ที่นี้ เพราะเมื่อฝึกปฏิบัติการเสียสละผลจากกิจกรรมของตนเองจิตใจจะค่อยๆ บริสุทธิ์ขึ้นอย่างแน่นอน ในระดับจิตที่บริสุทธิ์นั้นเขาจะสามารถเข้าใจกฺฤษฺณจิตสำนึก แน่นอนว่ากฺฤษฺณจิตสำนึกไม่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะว่าในตัวของกฺฤษฺณจิตสำนึกเองสามารถทำให้จิตบริสุทธิ์ แต่หากมีอุปสรรคในการรับเอากฺฤษฺณจิตสำนึกมาปฏิบัติ เขาอาจพยายามเสียสละผลของงาน ในกรณีนี้การรับใช้สังคม รับใช้ชุมชน รับใช้ประเทศชาติ การเสียสละเพื่อประเทศของตนเองอาจยอมรับได้ เพื่อวันหนึ่งอาจมาถึงระดับแห่งการอุทิศตนเสียสละรับใช้แด่องค์ภควานฺด้วยใจบริสุทธิ์ ใน ภควัท-คีตา (18.46) เราพบข้อความว่า ยตห์ ปฺรวฺฤตฺติรฺ ภูตานามฺ หากตัดสินใจเสียสละเพื่อแหล่งกำเนิดสูงสุด ถึงแม้ไม่รู้ว่าแหล่งกำเนิดสูงสุดคือองค์กฺฤษฺณ เขาจะค่อยๆ เข้าใจว่าองค์กฺฤษฺณ คือ แหล่งกำเนิดสูงสุด ด้วยวิธีการเสียสละ
jñānād dhyānaṁ viśiṣyate
dhyānāt karma-phala-tyāgas
tyāgāc chāntir anantaram
ชฺญานาทฺ ธฺยานํ วิศิษฺยเต
ธฺยานาตฺ กรฺม-ผล-ตฺยาคสฺ
ตฺยาคาจฺ ฉานฺติรฺ อนนฺตรมฺ
คำแปล
หากไม่สามารถปฏิบัติเช่นนี้ เธอก็ไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาความรู้ อย่างไรก็ดี ที่ดีกว่าความรู้ คือ การทำสมาธิ และดีกว่าการทำสมาธิ คือ การสละผลของงาน จากการเสียสละเช่นนี้ เธอสามารถได้รับความสงบแห่งจิตใจ
คำอธิบาย
ดังที่ได้กล่าวไว้ในโศลกก่อนหน้านี้มีการอุทิศตนเสียสละรับใช้สองวิธีคือ วิธีปฏิบัติตามหลักธรรม และวิธีการยึดมั่นในความรักต่อองค์ภควานฺโดยสมบูรณ์ สำหรับพวกที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักธรรมในกฺฤษฺณจิตสำนึกโดยแท้จริง การไปพัฒนาความรู้จะดีกว่าเพราะว่าจากความรู้จะสามารถเข้าใจสถานภาพอันแท้จริงแล้วจะค่อยๆพัฒนาถึงจุดแห่งการทำสมาธิ และจากการทำสมาธิจะสามารถเข้าใจองค์ภควานฺโดยวิธีการที่ค่อยเป็นค่อยไป มีวิธีการอื่นๆที่ทำให้เข้าใจว่าตนเองคือองค์ภควานฺ วิธีทำสมาธิเช่นนี้เป็นทางเลือกก็ต่อเมื่อไม่สามารถปฏิบัติในการอุทิศตนเสียสละรับใช้ หากไม่สามารถทำสมาธิเช่นนี้ก็มีหน้าที่ที่กำหนดไว้ดังที่ได้กำหนดไว้ในวรรณกรรมพระเวท สำหรับ พฺราหฺมณ, กฺษตฺริย, ไวศฺย และ ศูทฺร ซึ่งจะพบในบทสุดท้ายของ ภควัท-คีตา แต่ในทุกๆกรณีเราควรสละผลงานของเรา เช่นนี้หมายความว่าใช้ผลกรรมหรือผลจากการกระทำของเราเพื่อสิ่งที่ดี
โดยสรุปก็คือ ในการบรรลุถึงองค์ภควานฺ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดมีสองวิธี วิธีหนึ่งค่อยๆ พัฒนา และอีกวิธีหนึ่งโดยตรง การอุทิศตนเสียสละรับใช้ในกฺฤษฺณจิตสำนึกเป็นวิธีโดยตรง และวิธีอื่นๆ เกี่ยวกับการเสียสละผลแห่งกิจกรรมของตน จะสามารถมาถึงระดับแห่งความรู้ จากนั้นก็มาถึงระดับแห่งการทำสมาธิ จากนั้นมาถึงระดับแห่งการเข้าใจองค์อภิวิญญาณ และจากนั้นก็มาถึงระดับแห่งองค์ภควานฺ เราอาจปฏิบัติตามวิธีทีละขั้นตอน หรือปฏิบัติตามวิธีโดยตรง วิธีโดยตรงไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ ฉะนั้นวิธีทางอ้อมก็ดีเช่นกัน อย่างไรก็ดี ต้องเข้าใจว่าวิธีทางอ้อมไม่ได้แนะนำไว้สำหรับ อรฺชุน เพราะทรงอยู่ในระดับแห่งการอุทิศตนเสียสละรับใช้ด้วยความรักต่อองค์กฺฤษฺณเรียบร้อยแล้ว วิธีทางอ้อมจึงมีไว้สำหรับบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในระดับนี้ สำหรับพวกนี้ควรปฏิบัติตามวิธีที่ค่อยเป็นค่อยไปในการเสียสละ ความรู้ การทำสมาธิและการรู้แจ้งถึงองค์อภิวิญญาณ และ พฺรหฺมนฺ แต่สำหรับ ภควัท-คีตา ได้เน้นวิธีโดยตรงทุกๆ คนได้รับคำแนะนำให้รับเอาวิธีโดยตรงมาปฏิบัติ และศิโรราบต่อองค์ภควานฺ ศฺรีกฺฤษฺณ
maitraḥ karuṇa eva ca
nirmamo nirahaṅkāraḥ
sama-duḥkha-sukhaḥ kṣamī
ไมตฺรห์ กรุณ เอว จ
นิรฺมโม นิรหงฺการห์
สม-ทุห์ข-สุขห์ กฺษมี
yatātmā dṛḍha-niścayaḥ
mayy arpita-mano-buddhir
yo mad-bhaktaḥ sa me priyaḥ
ยตาตฺมา ทฺฤฒ-นิศฺจยห์
มยฺยฺ อรฺปิต-มโน-พุทฺธิรฺ
โย มทฺ-ภกฺตห์ ส เม ปฺริยห์
คำแปล
ผู้ที่ไม่อิจฉาริษยา แต่เป็นเพื่อนผู้มีความกรุณาต่อมวลชีวิต ผู้ไม่คิดว่าตนเองเป็นเจ้าของ และเป็นอิสระจากอหังการ ผู้ที่มีความเสมอภาคทั้งในความสุข และความทุกข์ ผู้ที่มีความอดทน พึงพอใจเสมอ ควบคุมตนเองได้ และปฏิบัติในการอุทิศตนเสียสละรับใช้ด้วยความมุ่งมั่น จิตใจ และปัญญาตั้งมั่นอยู่ที่ข้า สาวกเช่นนี้เป็นที่รักยิ่งของข้า
คำอธิบาย
กลับมาถึงจุดแห่งการอุทิศตนเสียสละรับใช้ที่บริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง องค์ภควานฺทรงอธิบายคุณลักษณะทิพย์ของสาวกผู้บริสุทธิ์ด้วยสองโศลกนี้ สาวกผู้บริสุทธิ์ไม่เคยกังวลใจไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ หรือว่าจะอิจฉาริษยาผู้ใด สาวกไม่เป็นศัตรูต่อศัตรู โดยคิดว่า “คนนี้ทำตัวเป็นศัตรูข้าก็เนื่องมาจากกรรมเก่าของข้าเอง ฉะนั้น จึงยอมรับทุกข์ดีกว่าที่จะต่อต้าน” ใน ศฺรีมทฺ-ภาควตมฺ (10.14.8) ได้กล่าวไว้ว่า ตตฺ เต ’นุกมฺปำ สุ-สมีกฺษมาโณ ภุญฺชาน เอวาตฺม-กฺฤตํ วิปากมฺ เมื่อใดที่สาวกมีความทุกข์ หรือตกอยู่ในความยากลำบากจะคิดว่าเป็นพระเมตตาธิคุณขององค์ภควานฺที่มีต่อท่านโดยคิดว่า “ขอบคุณต่อกรรมเก่าของข้า ข้าควรได้รับทุกข์มากกว่าที่ได้รับในปัจจุบันนี้ นี่เป็นเพราะพระเมตตาขององค์ภควานฺจึงไม่ได้รับการลงโทษทั้งหมดที่ควรจะได้รับ ด้วยพระเมตตาธิคุณขององค์กฺฤษฺณข้าจึงได้รับโทษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” จึงมีความสุขุม สงบ และอดทนเสมอ แม้จะอยู่ในสภาวะแห่งความทุกข์มากมาย สาวกจะมีความกรุณาต่อทุกๆ คนเสมอ แม้แต่ศัตรู นิรฺมม หมายถึงสาวกไม่ให้ความสำคัญกับความเจ็บปวด และปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับร่างกายมากนัก เพราะทราบดีว่าตัวท่านไม่ใช่ร่างกายวัตถุ จึงไม่สำคัญตนเองว่าเป็นร่างกาย จึงเป็นอิสระจากแนวคิดแห่งอหังการ และเป็นกลางต่อความสุข และความทุกข์ มีความอดทน และพึงพอใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่มาสัมผัส ด้วยพระกรุณาธิคุณขององค์ภควานฺ ท่านไม่พยายามมากจนเกินไปเพื่อให้ได้รับบางสิ่งบางอย่างที่ยากลำบากมาก ดังนั้น จึงมีความร่าเริงเสมอ ท่านเป็นโยคีที่สมบูรณ์ เพราะยึดมั่นในคำสั่งสอนที่ได้รับจากพระอาจารย์ทิพย์ และเนื่องจากสามารถควบคุมประสาทสัมผัสได้ จึงมีความมั่นใจไม่เอนเอียงไปกับการถกเถียงที่ผิด เพราะว่าไม่มีผู้ใดสามารถนำพาให้ออกไปจากการอุทิศตนเสียสละรับใช้ที่ท่านมีความมั่นใจอย่างแน่วแน่ ท่านมีจิตสำนึกอย่างสมบูรณ์ว่า องค์กฺฤษฺณทรงเป็นองค์ภควานฺนิรันดร จึงไม่มีผู้ใดสามารถรบกวนจิตใจได้ คุณลักษณะทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้มีจิตใจ และปัญญาตั้งมั่นอยู่ที่พระองค์โดยสมบูรณ์ มาตรฐานแห่งการอุทิศตนเสียสละเช่นนี้หาได้ยากมาก โดยไม่ต้องสงสัย แต่สาวกสถิตในระดับนี้ด้วยการปฏิบัติตามหลักธรรมแห่งการอุทิศตนเสียสละรับใช้ ยิ่งไปกว่านั้นองค์ภควานฺทรงตรัสว่า สาวกเช่นนี้เป็นที่รักยิ่งของพระองค์ เพราะองค์ศฺรีกฺฤษฺณทรงชื่นชมยินดีเสมอกับกิจกรรมทั้งหมดของสาวกในกฺฤษฺณจิตสำนึกที่สมบูรณ์
lokān nodvijate ca yaḥ
harṣāmarṣa-bhayodvegair
mukto yaḥ sa ca me priyaḥ
โลกานฺ โนทฺวิชเต จ ยห์
หรฺษามรฺษ-ภโยเทฺวไครฺ
มุกฺโต ยห์ ส จ เม ปฺริยห์
คำแปล
ผู้ที่ไม่มีผู้ใดสามารถทำให้เขาตกอยู่ในความลำบาก และไม่มีผู้ใดสามารถรบกวนจิตใจเขาได้ ผู้ที่มีความเป็นกลางทั้งในความสุข และความทุกข์ ทั้งความกลัว และความวิตกกังวล เป็นที่รักยิ่งของข้า
คำอธิบาย
คุณลักษณะบางประการของสาวกได้อธิบายต่อไปอีก คือ ไม่มีผู้ใดสามารถทำให้ท่านตกอยู่ในความยากลำบาก วิตกกังวล กลัว หรือไม่พึงพอใจ เนื่องจากสาวกมีความกรุณาต่อทุกคน จึงไม่ทำสิ่งใดที่จะทำให้ผู้อื่นมีความวิตกกังวล ในขณะเดียวกัน หากผู้อื่นพยายามทำให้สาวกวิตกกังวล ท่านจะไม่เร่าร้อนใจ ด้วยพระกรุณาธิคุณขององค์ภควานฺ ท่านจึงปฏิบัติธรรมจนไม่ถูกรบกวนจากสิ่งรอบกาย อันที่จริงเนื่องจากสาวกเพลิดเพลินอยู่ในกฺฤษฺณจิตสำนึกเสมอ และปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้ สถานการณ์ทางวัตถุเช่นนี้จะไม่ทำให้ท่านหวั่นไหว โดยทั่วไปนักวัตถุนิยมจะมีความสุขมากเมื่อได้รับบางสิ่งบางอย่างที่มาสนองประสาทสัมผัส สนองร่างกาย และเมื่อเห็นว่าคนอื่นได้รับบางสิ่งบางอย่างเพื่อสนองประสาทสัมผัส แต่ตนเองไม่ได้รับจะเสียใจ และอิจฉาริษยา เมื่อคาดว่าศัตรูจะมาแก้แค้นก็จะอยู่ในความกลัว และเมื่อไม่สามารถทำบางอย่างให้ประสบผลสำเร็จก็จะเศร้าสลด สาวกผู้เป็นทิพย์อยู่เหนือสิ่งรบกวนทั้งหลายเหล่านี้เสมอ เป็นที่รักยิ่งขององค์กฺฤษฺณ
udāsīno gata-vyathaḥ
sarvārambha-parityāgī
yo mad-bhaktaḥ sa me priyaḥ
อุทาสีโน คต-วฺยถห์
สรฺวารมฺภ-ปริตฺยาคี
โย มทฺ-ภกฺตห์ ส เม ปฺริยห์
คำแปล
สาวกของข้าผู้ไม่ขึ้นอยู่กับแนวคิดแห่งกิจกรรมทั่วไป มีความบริสุทธิ์ มีความชำนาญ ไม่วิตกกังวล ปราศจากความเจ็บปวดทั้งปวง และไม่ดิ้นรนเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เป็นที่รักยิ่งของข้า
คำอธิบาย
สาวกอาจจะได้รับเงินแต่ก็ไม่ควรดิ้นรนมากเพื่อได้มันมา หากด้วยพระกรุณาขององค์ภควานฺเงินทองไหลมาตามครรลองของมันเองก็ไม่รู้สึกหวั่นไหว สาวกมักจะอาบน้ำอย่างน้อยวันละสองครั้ง และตื่นนอนแต่เช้าตรู่เพื่ออุทิศตนเสียสละรับใช้ ฉะนั้น จึงมีความสะอาดทั้งภายใน และภายนอกโดยปริยาย สาวกมีความชำนาญเสมอ เพราะทราบถึงสาระสำคัญของกิจกรรมแห่งชีวิตทั้งหมดเป็นอย่างดี และมั่นใจในพระคัมภีร์ที่เชื่อถือได้ สาวกไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจึงไม่กังวล และไม่เคยได้รับความเจ็บปวด เนื่องจากท่านเป็นอิสระจากชื่อระบุทั้งปวง ทราบดีว่าร่างกายเป็นชื่อระบุ ดังนั้น หากมีความเจ็บปวดทางร่างกาย ตัวท่านเป็นอิสระ สาวกผู้บริสุทธิ์จะไม่พยายามทำสิ่งใดๆ ที่ละเมิดหลักธรรมแห่งการอุทิศตนเสียสละรับใช้ ตัวอย่างเช่น การก่อสร้างอาคารใหญ่ๆ จำเป็นต้องใช้พลังงานมาก สาวกจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจเช่นนี้ หากไม่เป็นประโยชน์ที่จะเจริญก้าวหน้าในการอุทิศตนเสียสละรับใช้ งานสร้างวัดให้องค์ภควานฺอาจมีความยุ่งยากนานัปการ สาวกก็ยินดี และเต็มใจที่ทำ แต่จะไม่ไปสร้างบ้านใหญ่โตเพื่อตนเอง
na śocati na kāṅkṣati
śubhāśubha-parityāgī
bhaktimān yaḥ sa me priyaḥ
น โศจติ น กางฺกฺษติ
ศุภาศุภ-ปริตฺยาคี
ภกฺติมานฺ ยห์ ส เม ปฺริยห์
คำแปล
ผู้ที่ไม่ดีใจ หรือทุกข์ใจ ผู้ที่ไม่เสียใจ หรือปรารถนา และผู้ที่สละทั้งสิ่งที่เป็นมงคล หรือสิ่งที่ไม่เป็นมงคล สาวกเช่นนี้เป็นที่รักยิ่งของข้า
คำอธิบาย
สาวกผู้บริสุทธิ์ไม่เป็นสุข หรือเป็นทุกข์กับการได้มา หรือสูญเสียไปกับวัตถุ ท่านไม่วิตกกังวลกับการที่จะได้บุตร หรือสานุศิษย์ ท่านไม่กลุ้มใจเมื่อไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้ หากสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่ท่านรักมากก็ไม่เสียใจ ในทำนองเดียวกัน หากท่านไม่ได้รับสิ่งที่ปรารถนาก็ไม่กลุ้มใจ ท่านเป็นทิพย์อยู่เหนือสิ่งที่ต้องเผชิญหน้าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่เป็นมงคล หรือกิจกรรมบาปที่ไม่เป็นมงคล ท่านเตรียมพร้อมที่จะยอมรับความเสี่ยงทั้งหลายเพื่อความพึงพอพระทัยขององค์ภควานฺ ไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติอุทิศตนเสียสละรับใช้ของท่าน สาวกเช่นนี้เป็นที่รักยิ่งขององค์กฺฤษฺณ
tathā mānāpamānayoḥ
śītoṣṇa-sukha-duḥkheṣu
samaḥ saṅga-vivarjitaḥ
ตถา มานาปมานโยห์
ศีโตษฺณ-สุข-ทุห์เขษุ
สมห์ สงฺค-วิวรฺชิตห์
santuṣṭo yena kenacit
aniketaḥ sthira-matir
bhaktimān me priyo naraḥ
สนฺตุษฺโฏ เยน เกนจิตฺ
อนิเกตห์ สฺถิร-มติรฺ
ภกฺติมานฺ เม ปฺริโย นรห์
คำแปล
ผู้ที่เสมอภาคทั้งกับเพื่อน และศัตรู ผู้ที่เป็นกลางเมื่อได้รับเกียรติ และเสียเกียรติ ทั้งในความร้อน และความเย็น ความสุข และความทุกข์ ได้รับชื่อเสียง และหมิ่นประมาท ผู้ที่มีอิสระจากการคบหาสมาคมที่เป็นมลทิน นิ่งสงบเสมอ และพึงพอใจต่อทุกสิ่ง ผู้ที่ไม่ห่วงใยกับที่พักอาศัย ตั้งมั่นอยู่ในความรู้ และเป็นผู้ที่ปฏิบัติในการอุทิศตนเสียสละรับใช้ บุคคลเช่นนี้เป็นที่รักยิ่งของข้า
คำอธิบาย
สาวกเป็นอิสระจากการคบเพื่อนไม่ดีทั้งหลาย บางครั้งท่านได้รับการสรรเสริญ และบางครั้งถูกดูหมิ่น นั่นคือธรรมชาติของสังคมมนุษย์ แต่สาวกเป็นทิพย์เหนือเกียรติยศชื่อเสียง และการดูหมิ่นเหยียดหยาม รวมทั้งความทุกข์ และความสุขที่เสแสร้งเหล่านี้ ท่านมีความอดทนสูง ไม่พูดสิ่งใดนอกจากเรื่องราวที่เกี่ยวกับองค์กฺฤษฺณ จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความสงบนิ่ง สงบนิ่งไม่ได้หมายความว่าไม่พูดเลย แต่สงบนิ่งหมายความว่าไม่ควรพูดสิ่งที่ไร้สาระ ควรพูดเฉพาะเนื้อหาสาระสำคัญเท่านั้น และการพูดเนื้อหาสาระสำคัญที่สุดของสาวก คือ พูดเพื่อประโยชน์ขององค์ภควานฺ สาวกมีความสุขในทุกสถานการณ์ บางครั้งเขาอาจได้รับอาหารที่น่ารับประทานมากมาย บางครั้งก็อาจไม่ได้รับแต่ก็พึงพอใจ และไม่เป็นห่วงกับสิ่งเอื้ออำนวยที่อยู่อาศัย บางครั้งท่านอาจนอนใต้ต้นไม้ และบางครั้งท่านอาจนอนในอาคารที่หรูหรา ทั้งสองสิ่งนี้ไม่ทำให้ท่านหลงใหล ท่านมีความมั่นคง เพราะว่าแน่วแน่ในความมุ่งมั่น และความรู้ เราอาจพบว่าได้กล่าวถึงคุณลักษณะของสาวกหลายครั้ง แต่เพื่อเน้นความจริงที่ว่าสาวกต้องมีคุณลักษณะทั้งหลายเหล่านี้ หากปราศจากซึ่งคุณลักษณะที่ดีเหล่านี้ เราก็จะไม่สามารถเป็นสาวกผู้บริสุทธิ์ได้ หราวฺ อภกฺตสฺย กุโต มหทฺ-คุณาห์ ผู้ไม่ใช่สาวกจะไม่มีคุณสมบัติที่ดี ผู้ปรารถนาให้คนจำได้ว่าเป็นสาวก ควรพัฒนาคุณสมบัติที่ดี แน่นอนว่าเราไม่ต้องพยายามเป็นพิเศษเพื่อให้มีคุณสมบัติเหล่านี้ หากเราปฏิบัติกฺฤษฺณจิตสำนึก และอุทิศตนเสียสละรับใช้คุณสมบัติที่ดีเหล่านี้ก็จะพัฒนาขึ้นมาโดยปริยาย
yathoktaṁ paryupāsate
śraddadhānā mat-paramā
bhaktās te ’tīva me priyāḥ
ยโถกฺตํ ปรฺยุปาสเต
ศฺรทฺทธานา มตฺ-ปรมา
ภกฺตาสฺ เต ’ตีว เม ปฺริยาห์
คำแปล
พวกที่ปฏิบัติตามวิธีที่ไม่มีวันสูญสลายแห่งการอุทิศตนเสียสละรับใช้นี้ ปฏิบัติด้วยความศรัทธาอย่างสมบูรณ์ มีข้าเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุด เป็นที่รักยิ่งของข้า
คำอธิบาย
ในบทนี้จากโศลกสองถึงโศลกสุดท้ายเริ่มจาก มยฺยฺ อาเวศฺย มโน เย มามฺ (“ตั้งจิตมั่นอยู่ที่ข้า”) มาถึง เย ตุ ธรฺมามฺฤตมฺ อิทมฺ (“ศาสนาแห่งการปฏิบัตินิรันดรนี้”) องค์ภควานฺทรงอธิบายกรรมวิธีแห่งการรับใช้ทิพย์เพื่อบรรลุถึงพระองค์ กรรมวิธีเหล่านี้เป็นที่รักยิ่งของพระองค์ และพระองค์ทรงยอมรับบุคคลผู้ปฏิบัติตามกรรมวิธีเหล่านี้ คำถามคือ ใครดีกว่ากัน ผู้ปฏิบัติในวิธีของ พฺรหฺมนฺ อันไร้รูปลักษณ์ หรือผู้ปฏิบัติในการรับใช้ส่วนพระองค์ต่อองค์ภควานฺ คำถามนี้ อรฺชุน ทรงได้ยกขึ้นมา และองค์ภควานฺทรงตอบอย่างชัดเจนโดยไม่มีข้อสงสัยเลยว่า การอุทิศตนเสียสละรับใช้ต่อบุคลิกภาพแห่งพระเจ้าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในบรรดาวิธีแห่งความรู้แจ้งทิพย์ทั้งหลายทั้งปวง อีกนัยหนึ่ง บทนี้อธิบายว่า จากการคบหากัลยาณมิตร เราจะพัฒนาความยึดมั่นในการอุทิศตนเสียสละรับใช้ด้วยความบริสุทธิ์ และต่อมายอมรับพระอาจารย์ทิพย์ผู้ที่เชื่อถือได้ จากนั้นเริ่มสดับฟัง และสวดภาวนา และถือปฏิบัติตามหลักธรรมแห่งการอุทิศตนเสียสละรับใช้ด้วยความศรัทธา ความยึดมั่น และการอุทิศตนเสียสละ จึงมาปฏิบัติการรับใช้ทิพย์ต่อองค์ภควานฺ วิธีนี้ได้แนะนำไว้ในบทนี้อย่างไม่มีข้อสงสัยเลยว่า การอุทิศตนเสียสละรับใช้เป็นวิธีเดียวที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อความรู้แจ้งแห่งตน เพื่อบรรลุถึงองค์ภควานฺ ได้อธิบายไว้ในบทนี้ว่า แนวคิดที่ไร้รูปลักษณ์แห่งสัจธรรมสูงสุดจะนำมาถึงเพียงแค่จุดที่เราศิโรราบเพื่อความรู้แจ้งแห่งตน อีกนัยหนึ่ง ตราบใดที่ยังไม่มีโอกาสมาพบกับสาวกผู้บริสุทธิ์ แนวคิดที่ไร้รูปลักษณ์อาจเป็นประโยชน์ เพราะแนะนำให้เราทำงานโดยไม่หวังผลทางวัตถุ ฝึกสมาธิ และพัฒนาความรู้เพื่อให้เข้าใจดวงวิญญาณ และวัตถุ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น ตราบเท่าที่เรายังไม่พบสาวกผู้บริสุทธิ์ หากโชคดีพอจนพัฒนาความต้องการมาปฏิบัติกฺฤษฺณจิตสำนึกโดยตรง ด้วยการอุทิศตนเสียสละรับใช้อย่างบริสุทธิ์ ก็ไม่จำเป็นต้องไปพัฒนาการรู้แจ้งทิพย์ทีละขั้นตอน ดังที่ได้อธิบายไว้ในหกบทกลางของ ภควัท-คีตา ว่า การอุทิศตนเสียสละรับใช้เป็นที่น่าพึงพอใจกว่า เราไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเรื่องทางวัตถุเพื่อรักษาร่างกาย และดวงวิญญาณให้อยู่ด้วยกัน เพราะด้วยพระกรุณาธิคุณขององค์กฺฤษฺณทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดีโดยปริยาย
ดังนั้น ได้จบคำอธิบายโดย ภักดีเวดานตะ บทที่สิบสอง ของหนังสือ ศฺรีมทฺ ภควัท-คีตา ในหัวข้อเรื่อง การอุทิศตนเสียสละรับใช้