ภควัท-คีตา ฉบับเดิม
บทที่ หนึ่ง
สำรวจกองทัพที่สมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร
dharma-kṣetre kuru-kṣetre
samavetā yuyutsavaḥ
māmakāḥ pāṇḍavāś caiva
kim akurvata sañjaya
ธรฺม-กฺเษเตฺร กุรุ-กฺเษเตฺร
สมเวตา ยุยุตฺสวห์
มามกาห์ ปาณฺฑวาศฺ ไจว
กิมฺ อกุรฺวต สญฺชย
คำแปล
ธฺฤตราษฺฏฺร ตรัสว่า โอ้ สญฺชย หลังจากบรรดาโอรสของข้า และโอรสของปาณฺฑุ มาชุมนุมกันยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่ง กุรุกฺเษตฺร มีความปรารถนาจะสู้รบ พวกเขาทำอะไรกัน
คำอธิบาย
ภควัท-คีตา ศาสตร์แห่งองค์ภควานฺที่ได้อ่านกันอย่างแพร่หลายซึ่งสรุปใน คีตา-มาหาตฺมฺย (คำสรรเสริญ ภควัท-คีตา) ซึ่งกล่าวไว้ว่าเราควรอ่าน ภควัท-คีตา อย่างละเอียดถี่ถ้วนพร้อมกับการช่วยเหลือจากสาวกของศฺรีกฺฤษฺณ และพยายามเข้าใจโดยปราศจากการตีความจากแรงจูงใจส่วนตัว ตัวอย่างของการทำความเข้าใจที่ชัดเจนนั้นมีการอธิบายอยู่ใน ภควัท-คีตาเอง โดยอยู่ในวิธีที่เข้าใจโดย อรฺชุน ที่เข้าใจคำสอนซึ่งท่านได้ยิน คีตา จากองค์ภควานฺโดยตรง หากผู้ใดโชคดีพอที่มาเข้าใจ ภควัท-คีตา ตามสาย ปรมฺปรา โดยไม่มีการตีความจากแรงจูงใจส่วนตัวจะบรรลุถึงการศึกษาปรัชญาพระเวท และพระคัมภีร์ทั้งหมดในโลก ผู้อ่านจะพบว่าภควัท-คีตา มีทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในพระคัมภีร์เล่มอื่นๆ และผู้อ่านก็จะพบสิ่งที่หาจากที่อื่นไม่ได้ด้วยเช่นกัน และนี่คือมาตรฐานโดยเฉพาะของ ภควัท-คีตา ภควัท-คีตา เป็นศาสตร์แห่งองค์ภควานฺที่สมบูรณ์ ซึ่งบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าศฺรีกฺฤษฺณทรงเป็นผู้ตรัสโดยตรง
ประเด็นที่สนทนากันระหว่าง ธฺฤตราษฺฏฺร และ สญฺชย ดังที่อธิบายไว้ใน มหาภารต เป็นหลักพื้นฐานแห่งปรัชญาอันยิ่งใหญ่นี้ เป็นที่เข้าใจกันว่าปรัชญานี้เกิดขึ้นที่สมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร ซึ่งเป็นสถานที่แสวงบุญอันศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญตั้งแต่สมัยโบราณของยุคพระเวท องค์ภควานฺทรงตรัสในขณะที่ทรงเสด็จลงมาบนโลกนี้ด้วยพระองค์เองเพื่อนำทางมนุษยชาติ
คำว่า ธรฺม-กฺเษตฺร (สถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา) มีความสำคัญ เนื่องจากในสมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร บุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าทรงประทับอยู่เคียงข้างฝ่ายของ ธรฺม-กฺเษตฺร พระบิดาแห่งราชวงศ์ กุรุ สงสัยอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ลูกชายของเขาจะได้รับชัยชนะในตอนท้ายสุด ด้วยความสงสัยนี้จึงตรัสถามเลขานุการ สญฺชย ว่า “พวกเขาทำอะไรกัน” พระองค์ทรงมั่นใจว่าโอรสของพระองค์ และโอรสของพระอนุชา ปาณฺฑุ ได้ไปชุมนุมกันที่สมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร ด้วยความมั่นใจในการที่จะร่วมทำศึกสงคราม แต่คำถามนี้สำคัญ เพราะพระองค์ทรงไม่ปรารถนาให้ลูกพี่ลูกน้องและพี่น้องทั้งสองฝ่ายประนีประนอมกัน ทรงประสงค์ที่จะแน่ใจในชะตากรรมของเหล่าโอรสของพระองค์ในสนามรบ เพราะสงครามนี้ได้มีการเตรียมการให้เกิดขึ้นที่สมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร ซึ่งเป็นที่ที่คัมภีร์พระเวทได้กล่าวไว้ว่า เป็นสถานที่สักการะบูชาของแม้กระทั่งเหล่าเทวดาบนสรวงสวรรค์ ธฺฤตราษฺฏฺร ทรงรู้สึกกลัวมากเกี่ยวกับอิทธิพลของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่จะส่งผลต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการต่อสู้ ทรงทราบดีว่าสิ่งนี้จะส่งผลดีให้ฝ่ายอรฺชุน และบรรดาบุตรของ ปาณฺฑุ เนื่องจากทุกพระองค์ในราชวงค์ ปาณฺฑุทรงมีคุณธรรมโดยธรรมชาติ สญฺชย เป็นศิษย์ของ วฺยาส ดังนั้น ด้วยพระเมตตาของ วฺยาส สญฺชย จึงสามารถมองเห็นภาพสมรภูมิ กุรุกฺเษตฺรได้ แม้ขณะที่นั่งอยู่ในห้องของ ธฺฤตราษฺฏฺร ธฺฤตราษฺฏฺร จึงทรงถาม สญฺชย เกี่ยวกับสถานการณ์ที่สมรภูมิ
ทั้งบรรดา ปาณฺฑว และบรรดาโอรสของ ธฺฤตราษฺฏฺร ทรงอยู่ในราชวงศ์เดียวกัน แต่จิตใจของ ธฺฤตราษฺฏฺร ได้ถูกเปิดเผยในนี้ว่า ทรงตั้งใจเพียงที่จะอ้างสิทธิ์เหล่าโอรสของพระองค์ว่าเป็น กุรุ เท่านั้น และตัดพวกโอรสของ ปาณฺฑุ ให้ออกจากกองมรดกแห่งราชวงศ์ เราจึงเข้าใจได้ว่าสถานภาพอันแท้จริงของ ธฺฤตราษฺฏฺร เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับโอรสของ ปาณฺฑุ ซึ่งเป็นหลานของพระองค์นั้น เปรียบเสมือนในทุ่งนาที่วัชพืชที่ไม่จำเป็นถูกกำจัดออกไป ดังนั้น จึงเป็นที่คาดหวังตั้งแต่ตอนเริ่มต้นแล้วว่า ณ ศาสนสถานแห่ง กุรุกฺเษตฺร ที่พระบิดาแห่งศาสนาศฺรีกฺฤษฺณทรงปรากฏ ทุโรฺยธน และพรรคพวกเปรียบเสมือนวัชพืชที่จะต้องถูกกำจัดออกทั้งหมด และผู้ทรงธรรมซึ่งนำโดย ยุธิษฺฐิร จะได้รับการสถาปนาโดยองค์ภควานฺ และนี่คือความสำคัญของคำว่า ธรฺม-กฺเษเตฺร และ กุรุ-กฺเษเตฺร ที่นอกเหนือไปจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์และพระเวท
dṛṣṭvā tu pāṇḍavānīkaṁ
vyūḍhaṁ duryodhanas tadā
ācāryam upasaṅgamya
rājā vacanam abravīt
ทฺฤษฺฏฺวา ตุ ปาณฺฑวานีกํ
วฺยูฒํ ทุโรฺยธนสฺ ตทา
อาจารฺยมฺ อุปสงฺคมฺย
ราชา วจนมฺ อพฺรวีตฺ
คำแปล
สญฺชย กล่าวว่า โอ้ กษัตริย์ หลังจากมองไปที่การจัดทัพของเหล่าโอรสของ ปาณฺฑุ กษัตริย์ ทุโรฺยธน ทรงไปหาพระอาจารย์ และตรัสดังต่อไปนี้
คำอธิบาย
ธฺฤตราษฺฏฺร ทรงมีพระเนตรบอดตั้งแต่กำเนิด และทรงมีความอับโชคที่ทรงขาดการมองเห็นในทางทิพย์ด้วย พระองค์ทรงทราบดีว่าโอรสของพระองค์ก็มีพระเนตรบอดในทางศาสนาพอ ๆ กัน และแน่ใจว่าฝ่ายของพระองค์จะไม่มีวันตกลงกับ ปาณฺฑว ได้ เพราะพวกท่านทรงคุณธรรมแต่กำเนิด พระองค์ทรงหวั่นใจเกี่ยวกับอิทธิพลของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และสญฺชย สามารถเข้าใจถึงเจตนาของพระองค์ที่ทรงตรัสถามถึงสถานการณ์ในสนามรบ ดังนั้น สญฺชย ปราถนาที่จะบำรุงขวัญกษัตริย์ผู้ที่เสียกำลังใจ และให้ความมั่นใจว่าเหล่าโอรสของพระองค์จะทรงไม่มีการประนีประนอมใดๆอันเนื่องจากอิทธิพลของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ สญฺชย ได้บอกแก่ กฺษตฺริย ว่าหลังจากได้เห็นกำลังทหารของ ปาณฺฑว แล้วโอรสของพระองค์ ทุโรฺยธน ทรงไปพบกับขุนพล โทฺรณาจารฺย ทันทีเพื่อบอกถึงสถานการณ์ที่แท้จริง แม้ ทุโรฺยธน ทรงเป็น กฺษตฺริย แต่ยังต้องไปปรึกษาแม่ทัพเนื่องจากสถานการณ์ที่ตึงเครียด ดังนั้น ทุโรฺยธน ทรงเหมาะที่เป็นนักการเมือง แต่ลีลานักการเมืองของ ทุโรฺยธน ไม่สามารถซ่อนเร้นความกลัวไว้ได้ เมื่อเขาได้เห็นการจัดกองทัพของ ปาณฺฑว
ācārya mahatīṁ camūm
vyūḍhāṁ drupada-putreṇa
tava śiṣyeṇa dhīmatā
อาจารฺย มหตีํ จมูมฺ
วฺยูฒำ ทฺรุปท-ปุเตฺรณ
ตว ศิเษฺยณ ธีมตา
คำแปล
โอ้ พระอาจารย์ โปรดดูกองทัพอันยิ่งใหญ่ของเหล่าโอรส ปาณฺฑุ ที่จัดขึ้นด้วยความชำนาญ โดยโอรสของ ทฺรุปท ศิษย์ผู้ชาญฉลาดของท่าน
คำอธิบาย
ทุโรฺยธน นักการฑูตผู้ยิ่งใหญ่ทรงปรารถนาที่จะชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดของ โทฺรณาจารฺย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพราหมณ์ผู้ยิ่งใหญ่ โทฺรณาจารฺย มีข้อวิวาททางการเมืองกับ กฺษตฺริย ทฺรุปท พระบิดาของ เทฺราปที ผู้เป็นภรรยาของ อรฺชุน ผลแห่งการทะเลาะวิวาทนี้ ทฺรุปท ได้ประกอบพิธีบูชาที่ยิ่งใหญ่ และได้รับพรให้มีบุตรผู้ที่จะสามารถสังหารโทฺรณาจารฺยได้ โทฺรณาจารฺย ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี ในฐานะที่เป็น พฺราหฺมณ ผู้หลุดพ้นแล้วจึงไม่หวงที่จะถ่ายทอดความลับทางวิชาทหาร เมื่อได้รับมอบหมายให้สอนวิชาทหารให้แด่ ธฺฤษฺฏทฺยุมฺน โอรสของทฺรุปท บัดนี้ ณ สมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร ธฺฤษฺฏทฺยุมฺน มาอยู่ฝ่ายของ ปาณฺฑว และเป็นผู้จัดทัพ หลังจากที่ได้ศึกษาศิลปะจาก โทฺรณาจารฺย ทุโรฺยธน ทรงชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดของ โทฺรณาจารฺย ก็เพื่อให้ท่านระมัดระวัง และไม่ประนีประนอมในการต่อสู้ การกระทำเช่นนี้ต้องการแสดงให้เห็นด้วยว่าท่านไม่ควรอ่อนข้อในการสู้รบที่สมรภูมิให้กับ ปาณฺฑว ผู้เป็นศิษย์รัก โดยเฉพาะ อรฺชุน ศิษย์คนโปรดและฉลาดที่สุด ทุโรฺยธน ทรงต้องการเตือนว่าการอ่อนข้อในการสู้รบครั้งนี้จะนำมาซึ่งความพ่ายแพ้
bhīmārjuna-samā yudhi
yuyudhāno virāṭaś ca
drupadaś ca mahā-rathaḥ
ภีมารฺชุน-สมา ยุธิ
ยุยุธาโน วิราฏศฺ จ
ทฺรุปทศฺ จ มหา-รถห์
คำแปล
ในกองทัพนี้ มีวีรีบุรุษนักแม่นธนูมากมายที่ฝีมือพอๆกับ ภีม และ อรฺชุน นักรบผู้กล้าหาญเหล่านี้ เช่น ยุยุธาน วิราฏ และ ทฺรุปท
คำอธิบาย
ถึงแม้ว่า ธฺฤษฺฏทฺยุมฺน จะไม่ได้ทรงเป็นสิ่งกีดขวางที่สำคัญเมื่อเผชิญหน้ากับ โทฺรณาจารฺย ผู้มีพลังมหาศาลในศิลปะการทหาร แต่ยังมีผู้ที่น่ากลัวอื่นๆอีกหลายคน ทุโรฺยธน ทรงกล่าวว่าเป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่บนหนทางแห่งชัยชนะ เพราะว่าทุกคนที่กล่าวมาไม่เคยแพ้เช่นเดียวกับ ภีม และ อรฺชุน ทุโรฺยธน ทรงรู้ถึงพลังของ ภีม และ อรฺชุน ดังนั้น จึงทรงนำผู้อื่นไปเปรียบเทียบกับ ภีม และ อรฺชุน
kāśirājaś ca vīryavān
purujit kuntibhojaś ca
śaibyaś ca nara-puṅgavaḥ
กาศิราชศฺ จ วีรฺยวานฺ
ปุรุชิตฺ กุนฺติโภชศฺ จ
ไศพฺยศฺ จ นร-ปุงฺควห์
คำแปล
ยังมีวีรบุรุษยอดนักรบผู้ทรงพลังอีก เช่น ธฺฤษฺฏเกตุ เจกิตาน กาศิราช ปุรุชิตฺ กุนฺติโภช และ ไศพฺย
uttamaujāś ca vīryavān
saubhadro draupadeyāś ca
sarva eva mahā-rathāḥ
อุตฺตเมาชาศฺ จ วีรฺยวานฺ
เสาภโทฺร เทฺราปเทยาศฺ จ
สรฺว เอว มหา-รถาห์
คำแปล
มี ยุธามนฺยุ ผู้ยอดเยี่ยม มี อุตฺตเมาชา ผู้ทรงพลังมาก มีเหล่าโอรสของ สุภทฺรา และเหล่าโอรสของ เทฺราปที ขุนศึกเหล่านี้เป็นนักรบบนราชรถที่ยอดเยี่ยม
tān nibodha dvijottama
nāyakā mama sainyasya
saṁjñārthaṁ tān bravīmi te
ตานฺ นิโพธ ทฺวิโชตฺตม
นายกา มม ไสนฺยสฺย
สํชฺญารฺถํ ตานฺ พฺรวีมิ เต
คำแปล
แต่เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ท่าน โอ้ ผู้ดีเลิศในหมู่ พฺราหฺมณ ขอให้ข้าได้บอกท่านเกี่ยวกับเหล่าผู้นำกองทัพ ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการนำกองทัพของข้า
kṛpaś ca samitiṁ-jayaḥ
aśvatthāmā vikarṇaś ca
saumadattis tathaiva ca
กฺฤปศฺ จ สมิตึ-ชยห์
อศฺวตฺถามา วิกรฺณศฺ จ
เสามทตฺติสฺ ตไถว จ
คำแปล
มีบุคลิกภาพเช่น ภีษฺม กรฺณ กฺฤป อศฺวตฺถามา วิกรฺณ และโอรสของ โสมทตฺต ชื่อ ภูริศฺรวา ผู้ซึ่งมักจะมีชัยชนะในการรบเสมอ
คำอธิบาย
ทุโรฺยธน ทรงกล่าวถึงวีรบุรุษพิเศษในสนามรบว่าทั้งหมดเป็นผู้มีชัยชนะเสมอ วิกรฺณ ทรงเป็นพระอนุชาของ ทุโรฺยธน อศฺวตฺถามา เป็นบุตรของ โทฺรณาจารฺย เสามทตฺติ หรือ ภูริศฺรวา ทรงเป็นโอรสของกษัตริย์แห่ง พาหฺลีก กรฺณ ทรงเป็นพระเชษฐาต่างมารดาของ อรฺชุน เนื่องจากเขาเกิดก่อนที่นางจะสมรสกับกษัตริย์ ปาณฺฑุ น้องสาวคู่แฝดของ กฺฤปาจารฺย แต่งงานกับ โทฺรณาจารฺย
mad-arthe tyakta-jīvitāḥ
nānā-śastra-praharaṇāḥ
sarve yuddha-viśāradāḥ
มทฺ-อรฺเถ ตฺยกฺต-ชีวิตาห์
นานา-ศสฺตฺร-ปฺรหรณาห์
สเรฺว ยุทฺธ-วิศารทาห์
คำแปล
มีวีรบุรุษคนอื่นๆอีกมากที่พร้อมจะถวายชีวิตเพื่อข้า พวกเขาเพียบพร้อมไปด้วยอาวุธนานาชนิด และต่างล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ในยุทธศาสตร์การทหารทั้งสิ้น
คำอธิบาย
สำหรับผู้อื่นเช่น ชยทฺรถ กฺฤตวรฺมา และ ศลฺย ต่างก็มีความตั้งใจที่จะถวายชีวิตเพื่อ ทุโรฺยธน กันทั้งสิ้น กล่าวอีกยัยหนึ่งก็คือ สรุปเรียบร้อยแล้วว่าทั้งหมดจะต้องเสียชีวตในสมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร ที่ไปร่วมมือกับฝ่ายอธรรม ทุโรฺยธน แน่นอนว่า ทุโรฺยธน ทรงมีความมั่นใจในชัยชนะของตน เนื่องมาจากพลังที่รวบรวมได้ของพันธมิตร ดังที่ได้กล่าวข้างต้น
balaṁ bhīṣmābhirakṣitam
paryāptaṁ tv idam eteṣāṁ
balaṁ bhīmābhirakṣitam
พลํ ภีษฺมาภิรกฺษิตมฺ
ปรฺยาปฺตํ ตฺวฺ อิทมฺ เอเตษำ
พลํ ภีมาภิรกฺษิตมฺ
คำแปล
กำลังของพวกเรานั้นมิอาจวัดได้ และเราได้รับการปกป้องอย่างดีเยี่ยมจากพระอัยกา ภีษฺม ในขณะที่กำลังของ ปาณฺฑว ซึ่งได้รับการป้องกันด้วยความระมัดระวังจาก ภีม นั้นมีอย่างจำกัด
คำอธิบาย
ณ ที่นี้ ทุโรฺยธน ได้ประมาณกำลังโดยการเปรียบเทียบ เขาคิดว่ากำลังกองทัพของตนนั้นยิ่งใหญ่มหาศาลเกินกว่าจะวัดได้ โดยที่ได้รับการปกป้องเป็นพิเศษจากขุนพลผู้มีประสบการณ์สูงคือพระอัยกา ภีษฺม ในทางกลับกันกำลังรบของ ปาณฺฑว นั้นมีจำกัด โดยได้รับการปกป้องโดยขุนพลผู้มีประสบการณ์น้อยกว่า คือ ภีม ผู้ทรงไม่คู่ควรเมื่ออยู่ต่อหน้า ภีษฺม ทุโรฺยธน ทรงมีความอิจฉา ภีม ตลอดเวลาเพราะรู้ดีว่าหากตัวเองจะตายก็ด้วยฝีมือของ ภีม แต่ในขณะเดียวกันก็มีความมั่นใจในชัยชนะเพราะมีพระอัยกา ภีษฺม ผู้ที่มีขุนพลที่เหนือกว่าอยู่ฝ่ายตน ทุโรฺยธน ข้อสรุปของเขาที่ว่า เขาจะออกจากสมรภูมิด้วยชัยชนะนั้นได้รับการยืนยันแล้ว
yathā-bhāgam avasthitāḥ
bhīṣmam evābhirakṣantu
bhavantaḥ sarva eva hi
ยถา-ภาคมฺ อวสฺถิตาห์
ภีษฺมมฺ เอวาภิรกฺษนฺตุ
ภวนฺตห์ สรฺว เอว หิ
คำแปล
บัดนี้พวกท่านทั้งหลายต้องช่วยให้การสนับสนุนพระอัยกา ภีษฺม อย่างเต็มที่ ขณะที่พวกท่านอยู่ในตำแหน่งจุดยุทธศาสตร์ของทางเข้าที่จะไปสู่กองทัพ
คำอธิบาย
หลังจากสรรเสริญความกล้าหาญของ ภีษฺม แล้ว ทุโรฺยธน ทรงพิจารณาต่อไปว่า นักรบคนอื่น ๆ อาจคิดว่าตนเองมีความสำคัญน้อยจึงตรัสแบบนักการทูต เขาจึงปรับสถานการณ์ด้วยคำพูดที่กล่าวข้างต้น โดยเน้นว่า ภีษฺมเทว ทรงเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างไม่มีข้อสงสัย แต่ว่าทรงมีอายุมากแล้ว ฉะนั้น ทุกคนต้องตระหนักเป็นพิเศษที่จะปกป้องท่านจากรอบด้าน ขณะที่สู้รบกันอย่างเต็มที่อยู่ด้านหนึ่งศัตรูอาจจะฉวยโอกาสจากด้านอื่น เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่วีรบุรุษนักรบท่านอื่น ๆ ไม่ควรออกห่างจากตำแหน่งยุทธศาสตร์และปล่อยศัตรูทะลวงเข้ามาทำลายแนวรบได้ ทุโรฺยธน ทรงมีความรู้สึกอย่างชัดเจนว่าชัยชนะของ กุรุ ขึ้นอยู่กับการปรากฏตัวของ ภีษฺมเทว และมั่นใจในการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของ ภีษฺมเทว และ โทฺรณาจารฺย ในสนามรบ เพราะเห็นแล้วว่าทั้งสองท่านมิได้เอ่ยปากแม้แต่คำเดียวเมื่อตอนที่พระนางเทฺราปที ภรรยาของ อรฺชุน อยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือไม่ได้ ได้ขอร้องความเป็นธรรมขณะที่นางได้ถูกบังคับให้เปลื้องผ้าต่อหน้าที่ชุมนุมกันของเหล่ายอดขุนพลทั้งหลาย แม้ทราบว่าเหล่ายอดขุนพลทั้งสองท่านมีใจรัก ปาณฺฑว ในระดับหนึ่ง แต่ ทุโรฺยธน ทรงยังหวังว่าทั้งสองท่านจะสลัดความรักออกไปทั้งหมด เหมือนกับที่ท่านทั้งสองได้ทำตอนที่เล่นเกมการพนันกัน
kuru-vṛddhaḥ pitāmahaḥ
siṁha-nādaṁ vinadyoccaiḥ
śaṅkhaṁ dadhmau pratāpavān
กุรุ-วฺฤทฺธห์ ปิตามหห์
สึห-นาทํ วินโทฺยจฺไจห์
ศงฺขํ ทธฺเมา ปฺรตาปวานฺ
คำแปล
จากนั้น ภีษฺม ผู้เป็นบรรพบุรุษผู้กล้าหาญ แห่งราชวงศ์ กุรุ ซึ่งเป็นพระอัยกาของเหล่านักรบ ทรงเป่าหอยสังข์ด้วยสุรเสียงอันดัง ดุจดั่งเสียงคำรามของสิงโต ทำให้ ทุโรฺยธน มีความยินดี
คำอธิบาย
บรรพบุรุษแห่งราชวงศ์ กุรุ ทรงเข้าใจความหมายภายในหัวใจหลานชายทุโรฺยธนของเขา และด้วยความเมตตาโดยธรรมชาติที่มีต่อเขา ภีษฺม ทรงพยายามให้กำลังใจหลานชายด้วยการเป่าสังข์ด้วยสุรเสียงอันดัง ประหนึ่งเสียงคำรามของสิงโต ด้วยลักษณะการเป่าสังข์เหมือนจะบอกแก่หลานชาย ทุโรฺยธน ผู้มีความกลุ้มใจโดยทางอ้อมว่า ตัวท่านเองนั้นไม่มีโอกาสชนะในการทำศึกสงครามครั้งนี้ เพราะองค์ศฺรีกฺฤษฺณทรงอยู่ฝ่ายตรงข้าม แต่ถึงกระนั้นมันก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องสู้รบ และจะไม่มีความเจ็บปวดใดที่จะรอดพ้นจากเรื่องนั้น
paṇavānaka-gomukhāḥ
sahasaivābhyahanyanta
sa śabdas tumulo ’bhavat
ปณวานก-โคมุขาห์
สหไสวาภฺยหนฺยนฺต
ส ศพฺทสฺ ตุมุโล ’ภวตฺ
คำแปล
หลังจากนั้นเสียงหอยสังข์ กลอง แตร แตรเดี่ยว และเขาสัตว์ต่างๆ ทั้งหมดต่างดังขึ้นมาพร้อมกันอย่างกึกก้อง
mahati syandane sthitau
mādhavaḥ pāṇḍavaś caiva
divyau śaṅkhau pradadhmatuḥ
มหติ สฺยนฺทเน สฺถิเตา
มาธวห์ ปาณฺฑวศฺ ไจว
ทิเวฺยา ศงฺเขา ปฺรทธฺมตุห์
คำแปล
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ทั้งองค์ศรีกฺฤษฺณ และ อรฺชุน ทรงประทับอยู่บนราชรถอันยิ่งใหญ่ที่ลากด้วยม้าขาว ทั้งสองทรงเริ่มเป่าหอยสังข์ทิพย์
คำอธิบาย
ความแตกต่างของหอยสังข์ที่เป่าโดย ภีษฺมเทว และหอยสังข์ในพระหัตถ์ของศฺรีกฺฤษฺณและ อรฺชุน มีการอธิบายว่าเป็นทิพย์ เสียงของสังข์ทิพย์แสดงให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่มีหวังที่จะได้รับชัยชนะ เพราะองค์กฺฤษฺณทรงอยู่ฝ่ายของ ปาณฺฑว ชยสฺ ตุ ปาณฺฑุ-ปุตฺราณำ เยษำ ปกฺเษ ชนารฺทนห์ ชัยชนะจะเป็นของผู้ที่เหมือนโอรสของ ปาณฺฑุ เสมอ เพราะศฺรีกฺฤษฺณทรงอยู่ด้วยกันกับพวกเขา เมื่อใดและสถานที่ใดที่องค์ภควานฺทรงปรากฏ เทพธิดาแห่งโชคลาภทรงประทับอยู่ที่นั้นด้วยเช่นกัน เพราะว่าเทพธิดาแห่งโชคลาภทรงไม่ประทับอยู่องค์เดียวโดยปราศจากพระสวามี ฉะนั้น ชัยชนะและโชคลาภกำลังรอคอย อรฺชุน อยู่ ดังที่ได้แสดงออกมาในเสียงทิพย์จากหอยสังข์ของพระวิษณุหรือศฺรี กฺฤษฺณ นอกจากนั้น ราชรถที่สหายทั้งสองทรงประทับอยู่นั้น อคฺนิ เทพ (เจ้าแห่งไฟ) ทรงเป็นผู้ถวายให้ อรฺชุน และจุดนี้ได้แสดงให้เห็นว่าราชรถจะนี้สามารถนำชัยชนะมาให้ได้จากทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะถูกขับไปแห่งหนใดภายในสามโลกก็ตาม
devadattaṁ dhanañ-jayaḥ
pauṇḍraṁ dadhmau mahā-śaṅkhaṁ
bhīma-karmā vṛkodaraḥ
เทวทตฺตํ ธนญฺ-ชยห์
เปาณฺฑฺรํ ทธฺเมา มหา-ศงฺขํ
ภีม-กรฺมา วฺฤโกทรห์
คำแปล
องค์ศรีกฺฤษฺณทรงเป่าหอยสังข์ของพระองค์ชื่อ ปาญฺจชนฺย อรฺชุน ทรงเป่าหอยสังข์ชื่อ เทวทตฺต และ ภีม ผู้รับประทานอาหารมาก และผู้ที่ปฏิบัติงานที่ใช้พลังงานมหาศาล ได้ทรงเป่าหอยสังข์อันยอดเยี่ยมชื่อ เปาณฺฑฺร
คำอธิบาย
องค์ศฺรีกฺฤษฺณทรงถูกเรียกอีกพระนามหนึ่งในโศลกนี้ว่า หฺฤษีเกศ เนื่องจากทรงเป็นเจ้าของประสาทสัมผัสทั้งหมด สิ่งมีชีวิตเป็นละอองอณูของพระองค์ ฉะนั้น ประสาทสัมผัสของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดก็เป็นละอองอณูของประสาทสัมผัสของพระองค์ด้วยเช่นกัน ผู้ไม่เชื่อในรูปลักษณ์จะไม่สามารถยอมรับประสาทสัมผัสของสิ่งมีชีวิต ดังนั้น พวกเขามักจะอธิบายว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดไม่มีประสาทสัมผัส หรือไม่มีรูปลักษณ์ องค์ภควานฺทรงสถิตอยู่ในหัวใจของมวลชีวิต และกำกับประสาทสัมผัสของพวกเขา แต่การกำกับของพระองค์นั้นขึ้นอยู่กับการศิโรราบของสิ่งมีชีวิต และในกรณีของสาวกผู้บริสุทธิ์พระองค์จะทรงควบคุมประสาทสัมผัสเองโดยตรง ที่สมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร นี้องค์ภควานฺทรงควบคุมประสาทสัมผัสทิพย์ของ อรฺชุน โดยตรง ดังนั้น หฺฤษีเกศ ทรงเป็นพระนามของพระองค์โดยเฉพาะ องค์ภควานฺทรงมีพระนามแตกต่างกันแล้วแต่กิจกรรมอันหลากหลายของพระองค์ ตัวอย่างเช่น ทรงมีพระนามว่า มธุสูทน เนื่องจากทรงสังหารมารชื่อ มธุ ทรงมีพระนามว่า โควินฺท เนื่องจากทรงให้ความสุขแก่ฝูงวัวและประสาทสัมผัส ทรงมีพระนามว่า วาสุเทว เนื่องจากทรงเป็นบุตรของ วสุเทว ทรงมีพระนามว่า เทวกี -นนฺทน เนื่องจากทรงยอมรับให้พระนาง เทวกี เป็นพระมารดา ทรงมีพระนามว่ายโศทา - นนฺทน เนื่องจากทรงตอบแทนลีลาวัยเด็กของพระองค์แด่พระนาง ยโศทา ที่ วฺฤนฺทาวน ทรงมีพระนามว่า ปารฺถ-สารถิ เนื่องจากพระองค์ทรงปฏิบัติงานเป็นสารถีของพระสหาย อรฺชุน และในทำนองเดียวกันจึงทรงมีพระนามว่า หฺฤษีเกศ เนื่องจากทรงให้คำชี้แนะแก่ อรฺชุน ที่สนามรบ กุรุกฺเษตฺร
อรฺชุน ทรงได้ชื่อว่า ธนญฺชย ในโศลกนี้ เนื่องจากทรงช่วยพระเชษฐาไปนำเอาทรัพย์สมบัติมาในตอนที่มีความจำเป็นต่อ กฺษตฺริย เพื่อนำมาใช้จ่ายในพิธีบูชาต่างๆ ภีม ก็จึงได้ชื่อว่า วฺฤโกทร ในทำนองเดียวกันนี้เนื่องจากทรงสามารถรับประทานอาหารได้อย่างมาก และสามารถปฏิบัติงานที่ใช้พลังมหาศาลได้ เช่น การสังหารมารชื่อ หิฑิมฺพ ฉะนั้น หอยสังข์ที่ฝ่าย ปาณฺฑว แต่ละท่านได้เป่าโดยเริ่มจากศฺรี กฺฤษฺณจึงเป็นการให้ขวัญกำลังใจมากแก่ทหารในการรบ ส่วนฝ่ายตรงข้ามไม่ได้รับความเชื่อมั่นเช่นนี้เพราะผู้กำกับสูงสุดองค์กฺฤษฺณ หรือเทพธิดาแห่งโชคลาภทรงมิได้อยู่ฝ่ายนั้น ดังนั้น ชะตากรรมจึงได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าพวกทุโรฺยธน จะต้องพ่ายแพ้ในสมรภูมินี้ และนี่คือการประกาศสารส์นโดยเสียงของสังข์
kuntī-putro yudhiṣṭhiraḥ
nakulaḥ sahadevaś ca
sughoṣa-maṇipuṣpakau
กุนฺตี-ปุโตฺร ยุธิษฺฐิรห์
นกุลห์ สหเทวศฺ จ
สุโฆษ-มณิปุษฺปเกา
śikhaṇḍī ca mahā-rathaḥ
dhṛṣṭadyumno virāṭaś ca
sātyakiś cāparājitaḥ
ศิขณฺฑี จ มหา-รถห์
ธฺฤษฺฏทฺยุมฺโน วิราฏศฺ จ
สาตฺยกิศฺ จาปราชิตห์
sarvaśaḥ pṛthivī-pate
saubhadraś ca mahā-bāhuḥ
śaṅkhān dadhmuḥ pṛthak pṛthak
สรฺวศห์ ปฺฤถิวี-ปเต
เสาภทฺรศฺ จ มหา-พาหุห์
ศงฺขานฺ ทธฺมุห์ ปฺฤถกฺ ปฺฤถกฺ
คำแปล
กษัตริย์ ยุธิษฺฐิร โอรสของพระนาง กุนฺตี ทรงเป่าหอยสังข์ชื่อ อนนฺต วิชย นกุล และ สหเทว ทรงเป่าหอยสังข์ชื่อ สุโฆษ และ มณิปุษฺปก กษัตริย์แห่ง กาศี ยอดนักยิงธนู ยอดนักรบ ศิขณฺฑี ธฺฤษฺฏทฺยุมฺน วิราฏ สาตฺยกิ ผู้ไม่เคยแพ้ ทฺรุปท เหล่าโอรสของ เทฺราปที และองค์อื่นๆ โอ้ พระราชา ดั่งเช่นโอรสของ สุภทฺรา ผู้มีอาวุธอันทรงพลัง ต่างก็เป่าสังข์ของตน
คำอธิบาย
สญฺชย บอกแก่กษัตริย์ ธฺฤตราษฺฏฺร อย่างมีไหวพริบเกี่ยวกับนโยบายอันไม่ฉลาดที่ไปโกงพวกโอรส ปาณฺฑุ และพยายามที่จะสถาปนาโอรสของตนขึ้นครองราชสมบัติว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าสรรเสริญ มีลางต่างๆแสดงให้ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าราชวงค์ กุรุ ทั้งหมดจะถูกสังหารในสมรภูมิอันยิ่งใหญ่นี้ โดยเริ่มต้นจากพระอัยกา ภีษฺม ลงไปถึงพระราชนัดดา เช่น อภิมนฺยุ และองค์อื่นๆ รวมทั้งกษัตริย์จากรัฐต่างๆทั่วโลกที่มาชุมนุมกันที่นี้จะถูกลงโทษทั้งหมด ความหายนะทั้งปวงนี้ก็เนื่องมาจากกษัตริย์ ธฺฤตราษฺฏฺร เพราะทรงสนับสนุนนโยบายที่ฉ้อโกงทำให้เหล่าโอรสของพระองค์ทรงปฏิบัติตาม
hṛdayāni vyadārayat
nabhaś ca pṛthivīṁ caiva
tumulo ’bhyanunādayan
หฺฤทยานิ วฺยทารยตฺ
นภศฺ จ ปฺฤถิวีํ ไจว
ตุมุโล ’ภฺยนุนาทยนฺ
คำแปล
การเป่าหอยสังข์เหล่านี้ส่งเสียงกึกก้องกัมปนาท สะเทือนไปทั่วท้องฟ้าและทั่วพื้นดิน ทำให้หัวใจเหล่าโอรสของ ธฺฤตราษฺฏฺร สลาย
คำอธิบาย
เมื่อ ภีษฺม และบุคคลอื่นๆทางฝ่ายของ ทุโรฺยธน เป่าหอยสังข์ตามลำดับ ทางฝ่าย ปาณฺฑว หัวใจไม่สะทกสะท้าน เพราะไม่ได้กล่าวไว้ แต่โศลกนี้ได้กล่าวถึงหัวใจของเหล่าโอรส ธฺฤตราษฺฏฺร ว่าสลายจากเสียงสนั่นหวั่นไหวของฝ่าย ปาณฺฑว ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจาก ปาณฺฑว และความมั่นใจของพวกเขาที่มีต่อองค์กฺฤษฺณ ผู้ที่ยึดเอาองค์ภควานฺมาเป็นที่พึ่งจะไม่มีความกลัวอะไรเลย แม้จะอยู่ท่ามกลางความหายนะอันใหญ่หลวงก็ตาม
dhārtarāṣṭrān kapi-dhvajaḥ
pravṛtte śastra-sampāte
dhanur udyamya pāṇḍavaḥ
hṛṣīkeśaṁ tadā vākyam
idam āha mahī-pate
ธารฺตราษฺฏฺรานฺ กปิ-ธฺวชห์
ปฺรวฺฤตฺเต ศสฺตฺร-สมฺปาเต
ธนุรฺ อุทฺยมฺย ปาณฺฑวห์
หฺฤษีเกศํ ตทา วากฺยมฺ
อิทมฺ อาห มหี-ปเต
คำแปล
ในขณะนั้น อรฺชุน โอรสของ ปาณฺฑุ ทรงนั่งอยู่บนราชรถที่มีธงรูป หนุมานฺ และหยิบคันธนูเพื่อเตรียมที่จะยิงลูกศร โอ้ กษัตริย์หลังจากทรงมองไปที่เหล่าโอรสของ ธฺฤตราษฺฏฺร ซึ่งขับราชรถมาในกองทัพเรียงรายกันเป็นทิวแถว จากนั้น อรฺชุน ทรงตรัสกับองค์ศรีกฺฤษฺณด้วยคำพูดดังต่อไปนี้
คำอธิบาย
สงครามกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เป็นที่เข้าใจจากโศลกนี้ว่าเหล่าโอรสของ ธฺฤตราษฺฏฺร ทรงรู้สึกตกใจกลัวในการจัดทัพทหารที่คาดไม่ถึงของ ปาณฺฑว ซึ่งมีองค์ศฺรีกฺฤษฺณทรงเป็นผู้ชี้แนะโดยตรงที่สนามรบ ธงรูปหนุมานของ อรฺชุน เป็นเครื่องบ่งบอกถึงชัยชนะอีกอย่างหนึ่ง เพราะหนุมานได้ร่วมมือกับพระรามในการทำสงครามระหว่างพระรามและราวณ (ทศกัณฐ์) และพระรามทรงได้รับชัยชนะ ณ ที่นี้ พระรามและหนุมานทรงได้ประทับอยู่บนราชรถเพื่อที่จะช่วย อรฺชุน ศฺรีกฺฤษฺณ คือ พระราม และที่ใดที่พระรามทรงประทับอยู่ ผู้รับใช้นิรันดร หนุมานและมเหสีนิรันดร พระนางสีดา หรือเทพธิดาแห่งโชคลาภก็จะประทับอยู่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงไม่มีเหตุอันใดเลยที่จะทำให้เกิดความรู้สึกกลัวศัตรู ยิ่งไปกว่านั้นศฺรีกฺฤษฺณผู้ทรงเป็นเจ้าแห่งประสาทสัมผัสก็ทรงเสด็จมาด้วยพระองค์เองเพื่อให้คำแนะนำ และมีคำชี้แนะที่ดีทั้งหมดให้กับ อรฺชุน ในการต่อสู้ สภาวะอันเป็นสิริมงคลเช่นนี้นั้นองค์ภควานฺทรงจัดให้เพื่อสาวกนิรันดรของพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงชัยชนะ
senayor ubhayor madhye
rathaṁ sthāpaya me ’cyuta
yāvad etān nirīkṣe ’haṁ
yoddhu-kāmān avasthitān
เสนโยรฺ อุภโยรฺ มเธฺย
รถํ สฺถาปย เม ’จฺยุต
ยาวทฺ เอตานฺ นิรีกฺเษ ’หํ
โยทฺธุ-กามานฺ อวสฺถิตานฺ
asmin raṇa-samudyame
อสฺมินฺ รณ-สมุทฺยเม
คำแปล
อรฺชุน ตรัสว่า โอ้ องค์ภควานฺผู้ไร้ความผิดพลาด ได้โปรดขับราชรถของข้าไปอยู่ท่ามกลางระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ข้าได้เห็นผู้ที่อยู่ที่นี้ ซึ่งปรารถนาที่จะสู้รบ และข้าต้องต่อสู้กับใครบ้างในการประลองยุทธครั้งยิ่งใหญ่นี้
คำอธิบาย
ถึงแม้ว่าองค์ศฺรีกฺฤษฺณทรงเป็นบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้า แต่ด้วยพระเมตตาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ทรงปฏิบัติตนรับใช้สหาย พระองค์ไม่เคยที่จะไม่ใยดีที่จะมีความเมตตาต่อสาวกของพระองค์เลย และพระองค์จึงทรงถูกเรียกที่นี้ว่าเป็นผู้ที่ไม่มีความผิดพลาด ในฐานะที่ทรงเป็นสารถีจะต้องรับคำสั่งจาก อรฺชุน พระองค์ทรงไม่ลังเลที่จะทำเช่นนี้ จึงทรงถูกเรียกว่าเป็นผู้ไร้ความผิดพลาด ถึงแม้ว่าทรงยอมรับตำแหน่งสารถีให้สาวกของพระองค์เอง แต่สถานภาพอันสูงสุดของพระองค์ก็ไม่ได้ทรงถูกลดให้ต่ำลงไป พระองค์ยังทรงเป็นบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้า หฺฤษีเกศ เจ้าแห่งประสาทสัมผัสทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ภควานฺ และผู้รับใช้มีความหวานชื่นและเป็นทิพย์ ผู้รับใช้พร้อมเสมอในการรับใช้องค์ภควานฺ และในทำนองเดียวกันนี้ องค์ภควานฺก็จะทรงหาโอกาสที่จะรับใช้สาวกเสมอ พระองค์ทรงมีความสุขเกษมสำราญมากที่สาวกผู้บริสุทธิ์มีสถานภาพที่เหนือกว่า และออกคำสั่งพระองค์มากกว่าที่พระองค์เองจะทรงเป็นผู้ออกคำสั่ง เพราะทรงเป็นเจ้านายทุกคนจึงอยู่ภายใต้คำสั่งของพระองค์ ไม่มีใครอยู่เหนือกว่าพอที่จะสั่งพระองค์ได้ แต่เมื่อทรงพบสาวกผู้บริสุทธิ์ออกคำสั่ง พระองค์ทรงรู้สึกว่ามีความสุขเกษมสำราญทิพย์ ถึงแม้ว่าพระองค์จะทรงเป็นเจ้านายผู้ไร้ความผิดพลาดในทุกสถานการณ์ก็ตาม
ในฐานะที่เป็นสาวกผู้บริสุทธิ์ขององค์ภควานฺ อรฺชุน ทรงไม่ปรารถนาที่จะต่อสู้กับญาติพี่น้อง แต่ทรงถูกบังคับให้มาที่สมรภูมิจากความดื้อรั้นของ ทุโรฺยธน ผู้ไม่ยอมตกลงเจรจาสงบศึก อย่างไรก็ตาม อรฺชุน ก็ยังทรงอยากเห็นมากว่าใครคือผู้นำในการรบที่สมรภูมินี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามสงบศึกในสนามรบ อรฺชุน ทรงปรารถนาจะเห็นพวกเขาอีกครั้ง และดูว่าพวกเขามีความต้องการที่จะทำสงครามที่ตนไม่พึงปรารถนานี้มากเพียงใด
ya ete ’tra samāgatāḥ
dhārtarāṣṭrasya durbuddher
yuddhe priya-cikīrṣavaḥ
ย เอเต ’ตฺร สมาคตาห์
ธารฺตราษฺฏฺรสฺย ทุรฺพุทฺเธรฺ
ยุทฺเธ ปฺริย-จิกีรฺษวห์
คำแปล
ขอให้ข้าได้เห็นผู้ที่มาอยู่ ณ ที่นี้เพื่อที่จะสู้รบ โดยปรารถนาจะเอาใจโอรสของ ธฺฤตราษฺฏฺร ผู้ที่มีจิตใจชั่วร้าย
คำอธิบาย
เป็นความลับที่ถูกเปิดเผยแล้วว่า ทุโรฺยธน ทรงประสงค์ที่จะยึดครองราชอาณาจักรของ ปาณฺฑว ด้วยแผนการอันชั่วร้ายจากการร่วมมือกับพระบิดา ธฺฤตราษฺฏฺร ดังนั้น ทุกคนที่ร่วมมือกับฝ่าย ทุโรฺยธน จะต้องเป็นนกในฝูงเดียวกัน อรฺชุน ทรงปรารถนาจะเห็นคนเหล่านี้ในสมรภูมิก่อนเริ่มทำการรบ เพื่อให้ทราบว่าพวกเขาเป็นใครกันบ้าง พระองค์ทรงไม่ตั้งใจที่จะเสนอข้อตกลงสงบศึก อรฺชุน ทรงต้องการที่จะประเมินกำลังของฝ่ายตรงข้ามที่จะต้องเผชิญหน้า ถึงแม้ทรงมีความมั่นใจในชัยชนะเพราะว่าองค์ศฺรีกฺฤษฺณทรงประทับอยู่เคียงข้างตนก็ตาม
evam ukto hṛṣīkeśo
guḍākeśena bhārata
senayor ubhayor madhye
sthāpayitvā rathottamam
เอวมฺ อุกฺโต หฺฤษีเกโศ
คุฑาเกเศน ภารต
เสนโยรฺ อุภโยรฺ มเธฺย
สฺถาปยิตฺวา รโถตฺตมมฺ
คำแปล
สญฺชย กล่าวว่า โอ้ ผู้สืบราชวงศ์ ภรต หลังจากที่ได้ยิน อรฺชุน ตรัสแล้ว องค์ศรีกฺฤษฺณทรงขับราชรถอันสง่างามไปอยู่ท่ามกลางกองทัพทั้งสองฝ่าย
คำอธิบาย
โศลกนี้ได้กล่าวถึง อรฺชุน ว่าเป็น คุฑาเกศ คุฑากา หมายถึงการนอนหลับ และผู้ที่ชนะการนอนเรียกว่า คุฑาเกศ การนอนหมายถึงอวิชชาด้วยเช่นกัน ดังนั้น อรฺชุน ทรงเอาชนะทั้งการนอน และอวิชชา เพราะเนื่องจากมิตรภาพของพระองค์ที่มีต่อองค์กฺฤษฺณ ในฐานะที่เป็นสาวกชั้นเยี่ยมนั้น อรฺชุน ทรงไม่สามารถลืมองค์กฺฤษฺณ ได้แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เพราะนั่นเป็นธรรมชาติของสาวก ไม่ว่าในยามตื่นหรือยามหลับสาวกขององค์ภควานฺจะไม่สามารถว่างเว้นจากการระลึกถึงพระนาม รูปลักษณ์ คุณสมบัติ และลีลาขององค์กฺฤษฺณได้เลย ดังนั้นสาวกขององค์กฺฤษฺณจึงสามารถเอาชนะทั้งการนอน และอวิชชาได้ด้วยการระลึกถึงองค์กฺฤษฺณอยู่เสมอ เช่นนี้เรียกว่ากฺฤษฺณจิตสำนึกหรือ สมาธิ ในฐานะที่เป็น หฺฤษีเกศ หรือผู้กำกับประสาทสัมผัสและจิตใจของทุกๆชีวิต ศฺรีกฺฤษฺณทรงเข้าใจจุดมุ่งหมายของ อรฺชุน ที่ทรงให้นำราชรถไปยังท่ามกลางกองทัพทั้งสอง พระองค์ทรงปฏิบัติตาม และตรัสดังต่อไปนี้
sarveṣāṁ ca mahī-kṣitām
uvāca pārtha paśyaitān
samavetān kurūn iti
สเรฺวษำ จ มหี-กฺษิตามฺ
อุวาจ ปารฺถ ปไศฺยตานฺ
สมเวตานฺ กุรูนฺ อิติ
คำแปล
ต่อหน้า ภีษฺม โทฺรณ และผู้นำของโลกคนอื่นๆ องค์ภควานทรงตรัสว่า โอ้ ปารฺถ จงดูบรรดาสมาชิกของ กุรุ ทั้งหมดที่มาชุมนุมกัน ณ ที่นี้
คำอธิบาย
ในฐานะที่เป็นอภิวิญญาณของมวลชีวิต องค์ศฺรีกฺฤษฺณทรงเข้าใจ อรฺชุน ว่าทรงคิดอะไรอยู่ การใช้คำว่า หฺฤษีเกศ ในที่นี้หมายความว่า พระองค์ทรงทราบทุกสิ่งทุกอย่าง และคำว่า ปารฺถ โอรสของพระนาง กุนฺตี หรือ ปฺฤถา ก็มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับ อรฺชุน ในฐานะที่ทรงเป็นพระสหายองค์กฺฤษฺณทรงปรารถนาที่จะบอกว่า อรฺชุน ทรงเป็นโอรสของ ปฺฤถา ผู้เป็นพระขนิษฐาของบิดาขององค์กฺฤษฺณแท้ๆ คือวสุเทว องค์กฺฤษฺณจึงทรงอาสามาเป็นสารถี ขณะนี้องค์กฺฤษฺณจะหมายความว่าอะไรเมื่อตรัสต่อ อรฺชุน ว่า “จงดูพวก กุรุ” อรฺชุน ทรงปรารถนาที่จะหยุดแค่นี้ และไม่สู้รบเช่นนั้นหรือ? องค์กฺฤษฺณทรงไม่คาดหวังสิ่งนี้จากโอรสของพระปิตุจฉา ปฺฤถา องค์กฺฤษฺณทรงทำนายจิตใจของ อรฺชุน ในเชิงล้อเล่นฉันสหาย
pitṝn atha pitāmahān
ācāryān mātulān bhrātṝn
putrān pautrān sakhīṁs tathā
śvaśurān suhṛdaś caiva
senayor ubhayor api
ปิตฺฤๅนฺ อถ ปิตามหานฺ
อาจารฺยานฺ มาตุลานฺ ภฺราตฺฤๅนฺ
ปุตฺรานฺ เปาตฺรานฺ สขีํสฺ ตถา
ศฺวศุรานฺ สุหฺฤทศฺ ไจว
เสนโยรฺ อุภโยรฺ อปิ
คำแปล
ที่นั้น อรฺชุน ทรงเห็นพระบิดา พระอัยกา พระอาจารย์ พระมาตุลา พระเชษฐา พระอนุชา พระโอรส พระราชนัดดา พระสหาย รวมทั้งพระสัสสุระ และผู้ปรารถนาดีท่านอื่น ๆ ท่ามกลางกองทัพทั้งสองฝ่าย
คำอธิบาย
ที่สมรภูมิ อรฺชุน ทรงเห็นญาติทั้งหลาย ท่านได้เห็นบุคคล เช่น ภูริศฺรวา ที่เป็นรุ่นเดียวกับพระบิดา พระอัยกา ภีษฺม และ โสมทตฺต พระอาจารย์ เช่น โทฺรณาจารฺย และ กฺฤปาจารฺย พระมาตุลา ศลฺย และ ศกุนิ พระอนุชา เช่น ทุโรฺยธน พระโอรส เช่น ลกฺษฺมณ สหาย เช่น อศฺวตฺถามา และผู้ปรารถดี เช่น กฺฤตวรฺมา อรฺชุน ทรงเห็นสหายเป็นจำนวนมากอยู่ในกองทัพทั้งสองฝ่าย
sarvān bandhūn avasthitān
kṛpayā parayāviṣṭo
viṣīdann idam abravīt
สรฺวานฺ พนฺธูนฺ อวสฺถิตานฺ
กฺฤปยา ปรยาวิษฺโฏ
วิษีทนฺนฺ อิทมฺ อพฺรวีตฺ
คำแปล
เมื่อ อรฺชุน โอรสพระนาง กุนฺตี ทรงเห็นบรรดาสหาย และญาติๆที่อยู่ในระดับต่างๆทั้งหมดก็รู้สึกเกิดความเมตตาสงสาร และตรัสดังนี้
dṛṣṭvemaṁ sva-janaṁ kṛṣṇa
yuyutsuṁ samupasthitam
sīdanti mama gātrāṇi
mukhaṁ ca pariśuṣyati
ทฺฤษฺเฏฺวมํ สฺว-ชนํ กฺฤษฺณ
ยุยุตฺสุํ สมุปสฺถิตมฺ
สีทนฺติ มม คาตฺราณิ
มุขํ จ ปริศุษฺยติ
คำแปล
อรฺชุน ตรัสว่า โอ้ กฺฤษฺณ ที่รัก การที่เห็นเหล่าสหาย และญาติ ๆ ยืนอยู่ต่อหน้าข้าด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เช่นนี้ ข้ารู้สึกว่าแขนขาสั่นไปหมด และปากแห้งผากลง
คำอธิบาย
ผู้ใดก็ตามที่อุทิศตนเสียสละอย่างจริงใจต่อองค์ภควานฺจะมีคุณสมบัติดี ๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวผู้ที่มีคุณธรรม หรือในตัวเทวดา แต่ผู้ที่ไม่ใช่สาวก ไม่ว่าจะมีคุณสมบัติทางวัตถุมากเพียงใดจากการที่ได้รับการศึกษา และได้รับวัฒนธรรมก็ย่อมขาดคุณสมบัติที่ดีๆทั้งหลายอยู่ดี ฉะนั้น หลังจากที่ อรฺชุน ทรงเห็นเพื่อนร่วมชาติ สหาย และญาติ ๆ ที่สมรภูมิ จิตใจรู้สึกตื้นตันไปด้วยความเมตตาสงสารต่อผู้ที่ตัดสินใจมาสู้รบกันเอง สำหรับเหล่าทหารของพระองค์เองนั้นอรฺชุน ก็ทรงรู้สึกมีความสงสารตั้งแต่ต้น และแม้กระทั่งกับเหล่าทหารของฝ่ายตรงข้ามก็ทรงมีความเมตตาสงสารที่เห็นว่าความตายของพวกเขาใกล้นั้นเข้ามา ขณะทรงคิดเช่นนี้ แขนขารู้สึกสั่นรัว ปากแห้งผากลง มีความตื่นตระหนกที่ได้เห็นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของพวกเขา ตามจริงแล้วเกือบทั้งกองทัพเป็นญาติทางสายเลือดเดียวกับ อรฺชุน ได้มาเพื่อที่จะสู้รบกับเขา ทำให้สาวกผู้ใจดีเช่น อรฺชุน ทรงรู้สึกหวั่นใจ ถึงแม้ว่าไม่ได้กล่าวไว้ที่นี้ เราก็ยังจะสามารถเห็นภาพได้อย่างง่ายๆว่าไม่เพียงแต่แขนขาสั่น และปากแห้งผากเท่านั้น แต่ว่ายังทรงร่ำไห้ด้วยความเมตตาสงสาร ลักษณะอาการของ อรฺชุน เช่นนี้ทรงมิใช่เกิดขึ้นจากความอ่อนแอ แต่เนื่องด้วยหัวใจที่อ่อนโยน ซึ่งเป็นอาการของสาวกผู้บริสุทธิ์ขององค์ภควานฺ จึงได้มีการกล่าวไว้ว่า
สไรฺวรฺ คุไณสฺ ตตฺร สมาสเต สุราห์
หราวฺ อภกฺตสฺย กุโต มหทฺ-คุณา
มโน-รเถนาสติ ธาวโต พหิห์
“ผู้ที่อุทิศตนเสียสละอย่างแน่วแน่มั่นคงต่อบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าจะมีคุณสมบัติที่ดีทั้งหมดของเหล่าเทวดา แต่ผู้ที่ไม่ใช่สาวกขององค์ภควานฺ ซึ่งมีแต่คุณสมบัติทางวัตถุจะมีคุณค่าเพียงเล็กน้อย เพราะเขาจะวุ่นวายอยู่ในระดับของจิตใจ และแน่นอนว่าจะไปหลงเสน่ห์ยั่วยวนของพลังงานวัตถุ” (ภาควต 5.18.12)
roma-harṣaś ca jāyate
gāṇḍīvaṁ sraṁsate hastāt
tvak caiva paridahyate
โรม-หรฺษศฺ จ ชายเต
คาณฺฑีวํ สฺรํสเต หสฺตาตฺ
ตฺวกฺ ไจว ปริทหฺยเต
คำแปล
ร่างกายของข้าพเจ้ารู้สึกสั่นไปหมด ขนลุกตั้งชัน ธนูชื่อ คาณฺฑีว ลื่นหลุดไปจากมือของข้าพเจ้า และผิวกายของข้าพเจ้าร้อนผ่าว
คำอธิบาย
ร่างกายสั่นมีสองประเภท และขนลุกก็มีสองประเภท อาการเช่นนี้เกิดขึ้นได้จากความปลื้มปีติยินดีทิพย์อย่างใหญ่หลวง หรือเกิดขึ้นจากความกลัวมาก ๆ ภายใต้สภาวะทางวัตถุ ในความรู้แจ้งทิพย์จะไม่มีความกลัว อาการของ อรฺชุน ในสถานการณ์เช่นนี้ก็เนื่องมาจากความกลัวทางวัตถุ เช่น การสูญเสียชีวิต ยังมีลักษณะอาการอื่น ๆ ที่เป็นหลักฐาน คือ อรฺชุน ทรงรู้สึกหมดความอดทนจนกระทั่งคันธนูอันเลื่องชื่อ คาณฺฑีว ได้ลื่นหลุดไปจากมือ เนื่องจากหัวใจที่ถูกเผาไหม้อยู่ภายในจึงทรงรู้สึกว่าร้อนผ่าวที่ผิวกาย ทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้นเนื่องมาจากแนวความคิดชีวิตทางวัตถุ
bhramatīva ca me manaḥ
nimittāni ca paśyāmi
viparītāni keśava
ภฺรมตีว จ เม มนห์
นิมิตฺตานิ จ ปศฺยามิ
วิปรีตานิ เกศว
คำแปล
บัดนี้ ข้าพเจ้าไม่สามารถยืนอยู่ ณ ที่นี้ได้อีกต่อไป รู้สึกลืมตัว จิตใจว้าวุ่น เห็นแต่สาเหตุแห่งความอับโชคเท่านั้น โอ้ กฺฤษฺณ ผู้สังหารมาร เกศี
คำอธิบาย
เนื่องจากความกระวนกระวายของเขา อรฺชุน จึงทรงไม่สามารถที่จะอยู่ที่สมรภูมิได้อีกต่อไป และรู้สึกลืมตัวเองเนื่องจากความอ่อนแอของจิตใจ ความยึดติดในสิ่งของวัตถุมากเกินไปจะทำให้คนเราอยู่ในสภาวะสับสนเช่นนี้ ภยํ ทฺวิตียาภินิเวศตห์ สฺยาตฺ (ภาควต 11.2.37) ความกลัวและความไม่สมดุลของจิตใจเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีความยึดติดกับสภาวะวัตถุมากเกินไป อรฺชุน ทรงจินตนาการถึงผลลัพธ์อันเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นในสนามรบเท่านั้น และจะทรงไม่มีความสุขแม้ได้รับชัยชนะจากศัตรู คำว่า นิมิตฺตานิ วิปรีตานิ มีความสำคัญ เมื่อเราเห็นเฉพาะความผิดหวังในสิ่งที่คาดหวังเราก็จะคิดว่า “ข้ามาอยู่ที่นี่ทำไม” ทุกๆคนจะสนใจในตนเอง และเรื่องของตนเองเท่านั้น ไม่มีใครสนใจในองค์ภควานฺ ด้วยพระประสงค์ของศฺรีกฺฤษฺณทำให้ อรฺชุน ทรงไม่รู้ถึงผลประโยชน์ที่แท้จริงของตนเอง ผลประโยชน์ที่แท้จริงของเราอยู่ที่พระวิษฺณุหรือองค์กฺฤษฺณ พันธวิญญาณลืมจุดนี้ไป ดังนั้นต่างจึงต้องได้รับทุกข์แห่งความเจ็บปวดทางวัตถุ อรฺชุน ทรงคิดว่าชัยชนะของพระองค์ในการรบนั้นจะเป็นเพียงสาเหตุเดียวที่ทำให้พระองค์เศร้าโศกเสียใจ
hatvā sva-janam āhave
na kāṅkṣe vijayaṁ kṛṣṇa
na ca rājyaṁ sukhāni ca
หตฺวา สฺว-ชนมฺ อาหเว
น กางฺกฺเษ วิชยํ กฺฤษฺณ
น จ ราชฺยํ สุขานิ จ
คำแปล
ข้าพเจ้าไม่เห็นว่าจะมีอะไรดี จากการที่ได้สังหารบรรดาญาติในสมรภูมินี้ โอ้ กฺฤษฺณ ที่รัก และข้าก็ไม่สามารถที่จะปรารถนาชัยชนะ ราชอาณาจักร หรือความสุขที่จะตามมา
คำอธิบาย
ด้วยความที่ไม่รู้ว่าผลประโยชน์ของเรานั้นอยู่ในองค์พระวิษฺณุ หรือ ศฺรีกฺฤษฺณ พันธวิญญาณจึงหลงอยู่ในเสน่ห์แห่งความสัมพันธ์ทางร่างกาย โดยหวังว่าจะได้รับความสุขในสถานการณ์นี้ แนวความคิดแห่งชีวิตที่มืดมนเช่นนี้ ทำให้พวกเราลืมแม้แต่สาเหตุของความสุขทางวัตถุ อรฺชุน ทรงดูเหมือนจะลืมแม้กระทั่งหลักแห่งราชธรรมสำหรับกษัตริย์ ได้กล่าวไว้ว่ามีมนุษย์อยู่สองประเภท คือ กษัตริย์ผู้สิ้นพระชนม์ในสนามรบภายใต้คำสั่งขององค์กฺฤษฺณโดยตรง และผู้สละโลกวัตถุ อุทิศชีวิตอยู่ตามลำพังเพื่อวัฒนธรรมทิพย์ ทั้งคู่มีสิทธิ์เข้าไปอยู่ในดวงอาทิตย์ซึ่งมีพลังอำนาจ และรัศมีเจิดจรัสมาก อรฺชุน ทรงปฏิเสธแม้แต่จะสังหารศัตรู และนับประสาอะไรกับญาติๆ โดยคิดว่าจากการสังหารสังคญาตินั้นจะทำให้ชีวิตไม่มีความสุข ฉะนั้น จึงทรงไม่ยินดีที่จะสู้รบ เหมือนกับคนที่ไม่รู้สึกหิวก็จะไม่อยากทำอาหารเช่นนั้น และบัดนี้ อรฺชุน ทรงตัดสินใจที่จะเข้าไปอยู่ในป่าใช้ชีวิตสันโดษด้วยความสิ้นหวัง แต่ในฐานะที่เป็นกษัตริย์จึงทรงจำเป็นต้องมีราชอาณาจักรมาปกครอง เนื่องจากเหล่ากษัตริย์จะไม่สามารถทำหน้าที่อื่นได้ แต่ อรฺชุน ทรงไม่มีราชอาณาจักร โอกาสทั้งหมดของ อรฺชุน ที่จะได้รับราชอาณาจักรอยู่ที่การต้องสู้รบกับบรรดาญาติพี่น้อง และยึดครองราชอาณาจักรอันเป็นมรดกจากพระบิดากลับคืนมา ซึ่งพระองค์ทรงไม่ปรารถนาจะทำ ดังนั้น จึงทรงพิจารณาตนเองว่า สมควรที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ในป่าอย่างสันโดษด้วยความสิ้นหวัง
kiṁ bhogair jīvitena vā
yeṣām arthe kāṅkṣitaṁ no
rājyaṁ bhogāḥ sukhāni ca
กึ โภไครฺ ชีวิเตน วา
เยษามฺ อรฺเถ กางฺกฺษิตํ โน
ราชฺยํ โภคาห์ สุขานิ จ
prāṇāṁs tyaktvā dhanāni ca
ācāryāḥ pitaraḥ putrās
tathaiva ca pitāmahāḥ
ปฺราณำสฺ ตฺยกฺตฺวา ธนานิ จ
อาจารฺยาห์ ปิตรห์ ปุตฺราสฺ
ตไถว จ ปิตามหาห์
śyālāḥ sambandhinas tathā
etān na hantum icchāmi
ghnato ’pi madhusūdana
ศฺยาลาห์ สมฺพนฺธินสฺ ตถา
เอตานฺ น หนฺตุมฺ อิจฺฉามิ
ฆฺนโต ’ปิ มธุสูทน
hetoḥ kiṁ nu mahī-kṛte
nihatya dhārtarāṣṭrān naḥ
kā prītiḥ syāj janārdana
เหโตห์ กึ นุ มหี-กฺฤเต
นิหตฺย ธารฺตราษฺฏฺรานฺ นห์
กา ปฺรีติห์ สฺยาชฺ ชนารฺทน
คำแปล
โอ้ โควินฺท เราจะได้รับผลประโยชน์อะไรหรือ? จะเป็นราชอาณาจักร ความสุข หรือแม้แต่ดวงชีวิตเอง ในเมื่อตอนนี้พวกเขาทั้งหลายที่เราปรารถนาได้มารวมตัวอยู่ในสมรภูมิแห่งนี้แล้ว โอ้ มธุสูทน เมื่อพระอาจารย์ พระบิดา บุตร พระอัยกา พระปิตุลา พระสัสสุระ พระราชนัดดา พระเชษฐภรรดา พระกนิษฐภคินี และเหล่าสังคญาติพร้อมถวายชีวิต และทรัพย์สินก็มายืนอยู่ต่อหน้าเรา แล้วเหตุไฉนข้าพเจ้าต้องปรารถนาที่จะไปสังหารพวกเขาด้วย แม้ว่าพวกเขาอาจมาสังหารข้าพเจ้าก็ตาม โอ้ ผู้ค้ำจุนมวลชีวิต ข้าพเจ้าไม่พร้อมรบกับพวกเขา แม้จะเป็นการแลกเปลี่ยนกันทั้งสามโลก นับประสาอะไรกับแค่โลกนี้โลกเดียว เราจะได้รับความสุขอันใดจากการสังหารเหล่าโอรสของ ธฺฤตราษฺฏฺร
คำอธิบาย
อรฺชุน ทรงเรียกองค์ศฺรี กฺฤษฺณว่า โควินฺท เพราะว่าองค์กฺฤษฺณทรงเป็นจุดมุ่งหมายแห่งความสุขทั้งมวลของวัว และประสาทสัมผัส เมื่อใช้คำสำคัญคำนี้ อรฺชุน ทรงแสดงให้เห็นว่าองค์กฺฤษฺณควรที่จะเข้าใจว่าสิ่งใดที่จะทำให้ประสาทสัมผัสของอรฺชุน พอใจได้ แต่องค์ โควินฺท มิได้ทรงหมายไว้เพื่อให้สนองประสาทสัมผัสของเรา หากเราพยายามทำให้ประสาทสัมผัสขององค์ โควินฺท พึงพอพระทัย ประสาทสัมผัสของพวกเราก็จะได้รับความพึงพอใจโดยปริยาย ในวิถีทางวัตถุทุกๆคนต้องการที่จะสนองประสาทสัมผัสของตนเอง และต้องการให้องค์ภควานฺเป็นผู้รับคำสั่งเพื่อความพึงพอใจของเรา แต่องค์ภควานฺจะทรงสนองประสาทสัมผัสของสิ่งมีชีวิตเท่าที่เขาควรจะได้รับ ไม่มากจนเกิดเป็นความโลภ หากเราปฏิบัติตรงกันข้าม คือ พยายามสนองประสาทสัมผัสขององค์ โควินฺท โดยไม่ปรารถนาสนองประสาทสัมผัสของตนเอง ด้วยพระกรุณาธิคุณขององค์ โควินฺท ความปรารถนาทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตก็จะได้รับสนองตอบ ความรักอันลึกซึ้งที่ อรฺชุน ทรงมีต่อสังคม และสมาชิกในครอบครัวที่แสดงออกมา ณ ที่นี้ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากความสงสารที่มีตามธรรมชาติ ดังนั้นพระองค์จึงทรงไม่เตรียมตัวที่จะสู้รบ ทุกคนต้องการแสดงความมั่งคั่งร่ำรวยให้เพื่อน ๆ และญาติ ๆ เห็น แต่ อรฺชุน ทรงกลัวว่าบรรดาญาติและเพื่อนทั้งหมดจะถูกสังหารที่สมรภูมิ และตัวพระองค์เองจะทรงไม่สามารถแบ่งปันความร่ำรวยหลังจากที่ได้รับชัยชนะ นี่เป็นความคิดโดยทั่วไปทางชีวิตวัตถุ อย่างไรก็ดีชีวิตทิพย์นั้นแตกต่างออกไป เนื่องจากสาวกต้องการสนองพระราชประสงค์ขององค์ภควานฺ หากองค์ภควานฺ ทรงปรารถนาสาวกจะยอมรับความมั่งคั่งทั้งหลายเพื่อรับใช้พระองค์ แต่หากองค์ภควานฺทรงไม่ปรารถนา สาวกจะไม่ยอมรับแม้แต่สตางค์แดงเดียว อรฺชุน ทรงไม่ต้องการสังหารบรรดาญาติ หากจำเป็นต้องสังหารทรงปรารถนาให้องค์กฺฤษฺณทรงเป็นผู้สังหารเอง มาถึงจุดนี้ อรฺชุน ทรงไม่ทราบว่าองค์กฺฤษฺณได้สังหารพวกเขาทั้งหมดเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะมาถึงสนามรบ และอรฺชุน ทรงเพียงแต่มาเป็นเครื่องมือให้องค์กฺฤษฺณเท่านั้น ความจริงนี้จะถูกเปิดเผยในบทต่อๆไป ในฐานะที่เป็นสาวกขององค์ภควานฺโดยธรรมชาติ อรฺชุน ทรงไม่ปรารถนาที่จะโต้ตอบกับการกระทำที่ต่ำช้าเลวทรามของสังคญาติ แต่นี่เป็นแผนการขององค์ภควานฺว่าทั้งหมดควรถูกสังหาร สาวกไม่ปรารถนาที่จะตอบโต้ผู้กระทำผิด แต่องค์ภควานฺทรงไม่ยอมอดทนต่อความผิดที่คนชั่วกระทำต่อสาวก องค์ภควานฺทรงให้อภัยกับคนที่ทำผิดต่อพระองค์ แต่จะไม่ให้อภัยกับคนที่ทำผิดต่อสาวกของพระองค์ ฉะนั้นองค์ภควานฺทรงมุ่งมั่นที่จะสังหารคนเลวทรามเหล่านี้ถึงแม้ว่า อรฺชุน ทรงปรารถนาจะให้อภัยพวกเขาก็ตาม
hatvaitān ātatāyinaḥ
tasmān nārhā vayaṁ hantuṁ
dhārtarāṣṭrān sa-bāndhavān
sva-janaṁ hi kathaṁ hatvā
sukhinaḥ syāma mādhava
หไตฺวตานฺ อาตตายินห์
ตสฺมานฺ นารฺหา วยํ หนฺตุํ
ธารฺตราษฺฏฺรานฺ ส-พานฺธวานฺ
สฺว-ชนํ หิ กถํ หตฺวา
สุขินห์ สฺยาม มาธว
คำแปล
เราจะสะสมบาป หากเราสังหารผู้บุกรุกเหล่านั้น ดังนั้น จึงเป็นการไม่สมควรสำหรับเราที่จะสังหารเหล่าโอรสของ ธฺฤตราษฺฏฺร และเพื่อน ๆ ของเรา เราจะได้รับอะไร โอ้ กฺฤษฺณ พระสวามีของเทพธิดาแห่งโชคลาภ เราจะได้รับความสุขจากการสังหารสังคญาติของเราได้อย่างไร?
คำอธิบาย
ตามหลักคัมภีร์พระเวทมีผู้บุกรุกอยู่หกประเภท (1) ผู้วางยาพิษ (2) ผู้วางเพลิงเผาบ้าน (3) ผู้บุกรุกด้วยอาวุธร้ายแรง (4) ผู้มาปล้นทรัพย์สมบัติ (5) ผู้มายึดแผ่นดินของคนอื่น (6) ผู้มาลักพาตัวภรรยา ผู้มาบุกรุกเหล่านี้ควรถูกสังหารทันที และจะไม่มีบาปในการสังหารบุคคลเหล่านี้ การสังหารพวกบุกรุกนี้นั้นเหมาะสำหรับบุคคลสามัญ แต่ อรฺชุน ทรงไม่ใช่คนธรรมดาสามัญทั่วไป โดยบุคลิกลักษณะท่านเป็นนักบุญ ฉะนั้น จึงทรงต้องการที่จะปฏิบัติต่อพวกเขาแบบนักบุญ อย่างไรก็ดีลักษณะนักบุญเช่นนี้ไม่เหมาะสำหรับกษัตริย์ ถึงแม้ว่าความรับผิดชอบในการบริหารรัฐจำเป็นต้องทำโดยนักบุญ แต่ไม่ควรเป็นคนขลาด ตัวอย่างเช่น พระราม ทรงเป็นนักบุญผู้ยิ่งใหญ่จนกระทั่งปัจจุบันผู้คนยังใฝ่หาที่จะอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรของพระราม (ราม-ราชฺย) เพราะพระรามทรงไม่เคยแสดงความขลาดเลย ราวณ (ทศกัณฐ์) เป็นผู้บุกรุกพระราม เพราะราวณ ได้ลักพาตัวพระนางสีดา มเหสีของพระรามไป แต่พระรามทรงให้บทเรียนอย่างสาสมจนหาที่เปรียบไม่ได้ในประวัติศาสตร์โลก อย่างไรก็ดี ในกรณีของ อรฺชุน เราควรถือว่าเหล่าผู้บุกลุกพวกนี้เป็นพวกที่พิเศษคือ เป็นพระอัยกาของท่านเอง เป็นพระอาจารย์ของท่านเอง เป็นเหล่าสหาย เหล่าบุตร หลาน ๆ ฯลฯ เป็นเพราะพวกเขาเหล่านี้อรฺชุน จึงทรงคิดว่าไม่ควรกระทำความรุนแรง นอกจากนี้เหล่านักบุญแนะนำให้ให้อภัย สำหรับนักบุญคำสั่งเช่นนี้สำคัญกว่าสถานการณ์ฉุกเฉินทางการเมือง อรฺชุน ทรงพิจารณาว่าแทนที่จะสังหารสังคญาติของตนด้วยเหตุผลทางการเมือง จะดีกว่าไหมถ้าหากเราให้อภัยพวกเขาตามหลักศาสนา และหลักปฏิบัติของนักบุญ ดังนั้น จึงไม่คิดว่าการสังหารเช่นนี้จะได้เป็นการได้รับประโยชน์อันใด มันเป็นเพียงแต่การให้ความสุขทางร่างกายที่ไม่ถาวรนี้เท่านั้น ทั้งราชอาณาจักรและความสุขที่ได้มาก็ไม่ถาวร แล้วเหตุไฉนจึงต้องเสี่ยงชีวิตของตน? และเสี่ยงการได้รับความหลุดพ้นด้วยการสังหารสังคญาติของตนเอง อรฺชุน ทรงเรียกองค์กฺฤษฺณว่า “มาธว” หรือพระสวามีของเทพธิดาแห่งโชคลาภซึ่งเป็นคำสำคัญเช่นกัน เพราะทรงปรารถนาจะชี้ให้องค์กฺฤษฺณเห็นว่าในฐานะที่ทรงเป็นพระสวามีของเทพธิดาแห่งโชคลาภ พระองค์ทรงไม่ควรชักจูง อรฺชุน ให้กระทำบางสิ่งบางอย่างซึ่งในที่สุดจะนำความอับโชคมาให้ อย่างไรก็ดี องค์กฺฤษฺณทรงไม่เคยนำความอับโชคมาให้ผู้ใด แล้วจะนำมาให้สาวกของพระองค์เองได้อย่างไรกัน
lobhopahata-cetasaḥ
kula-kṣaya-kṛtaṁ doṣaṁ
mitra-drohe ca pātakam
โลโภปหต-เจตสห์
กุล-กฺษย-กฺฤตํ โทษํ
มิตฺร-โทฺรเห จ ปาตกมฺ
pāpād asmān nivartitum
kula-kṣaya-kṛtaṁ doṣaṁ
prapaśyadbhir janārdana
ปาปาทฺ อสฺมานฺ นิวรฺติตุมฺ
กุล-กฺษย-กฺฤตํ โทษํ
ปฺรปศฺยทฺภิรฺ ชนารฺทน
คำแปล
โอ้ ชนารฺทน ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านี้ที่หัวใจถูกครอบงำไปด้วยความโลภ มองไม่เห็นความผิดใด ๆ ที่จะสังหารครอบครัวของตนเอง หรือแม้แต่การทะเลาะวิวาทกับเหล่าสหาย แล้วเหตุไฉนเราผู้ที่สามารถเห็นได้ว่าการทำลายครอบครัวเช่นนี้เป็นการอาชญากรรมจะกระทำบาปเช่นนี้ได้เล่า
คำอธิบาย
กฺษตฺริย ไม่ควรที่จะปฏิเสธการรบ หรือการพนันเมื่อได้รับคำท้าทายจากฝ่ายตรงข้าม อรฺชุน ทรงไม่ควรปฏิเสธการสู้รบภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบเช่นนี้ เพราะว่าได้ถูกท้าทายจากฝ่าย ทุโรฺยธน ด้วยเหตุนี้ อรฺชุน ทรงพิจารณาว่าฝ่ายตรงข้ามอาจจะมองไม่เห็นผลที่จะตามมาจากการท้าทายตนเช่นนี้ อย่างไรก็ดี อรฺชุน ทรงเล็งเห็นผลร้ายที่จะเกิดขึ้นจึงไม่สามารถที่จะยอมรับการท้าทายนี้ได้ ความรับผิดชอบเป็นสิ่งจำเป็นต้องปฏิบัติเมื่อผลจะออกมาดี แต่เมื่อผลจะออกมาตรงกันข้ามก็ไม่มีใครควรถูกผูกมัด เมื่อทรงพิจารณาถึงผลที่จะได้และผลเสียทั้งหมด อรฺชุน จึงทรงตัดสินใจว่าจะไม่สู้รบ
kula-dharmāḥ sanātanāḥ
dharme naṣṭe kulaṁ kṛtsnam
adharmo ’bhibhavaty uta
กุล-ธรฺมาห์ สนาตนาห์
ธรฺเม นษฺเฏ กุลํ กฺฤตฺสฺนมฺ
อธรฺโม ’ภิภวตฺยฺ อุต
คำแปล
เมื่อราชวงศ์ล่มสลาย ประเพณีครอบครัวอันเป็นนิรันดร์ก็จะถูกทำลายลง และจะส่งผลให้สมาชิกที่เหลือในครอบครัวปฏิบัติเยี่ยงคนไร้ศาสนา
คำอธิบาย
ในระบบสถาบัน วรฺณาศฺรม มีหลักธรรมประเพณีทางศาสนามากมายที่จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวเจริญเติบโตอย่างถูกต้องเหมาะสม และมีค่านิยมทิพย์ สมาชิกผู้อาวุโสกว่าจะมีการรับผิดชอบพิธีกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ในครอบครัว เริ่มตั้งแต่เกิดจนตาย แต่เมื่อสมาชิกผู้อาวุโสสิ้นชีพลง ประเพณีของครอบครัวเพื่อทำให้บริสุทธิ์นั้นอาจต้องหยุดชะงักลง และสมาชิกผู้อ่อนวัยในครอบครัวอาจจะพัฒนานิสัยที่ผิดหลักศาสนา จากนั้นจะสูญเสียโอกาสเพื่อความหลุดพ้นทางจิตวิญญาณ ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอันใดที่สมาชิกผู้อาวุโสในครอบครัวควรถูกสังหาร
praduṣyanti kula-striyaḥ
strīṣu duṣṭāsu vārṣṇeya
jāyate varṇa-saṅkaraḥ
ปฺรทุษฺยนฺติ กุล-สฺตฺริยห์
สฺตฺรีษุ ทุษฺฏาสุ วารฺษฺเณย
ชายเต วรฺณ-สงฺกรห์
คำแปล
เมื่อการทำผิดหลักศาสนามีมากขึ้นในครอบครัว โอ้ กฺฤษฺณ สุภาพสตรีในครอบครัวจะถูกทำให้แปดเปื้อน และเมื่อสตรีได้รับความเสื่อมเสีย โอ้ ผู้สืบสกุลแห่งวฺฤษฺณิ ลูกหลานที่ไม่พึงประสงค์จะกำเนิด
คำอธิบาย
พลเมืองที่ดีในสังคมมนุษย์เป็นหลักพื้นฐานแห่งความสงบ ความเจริญรุ่งเรือง และความก้าวหน้าในชีวิตทิพย์ หลักธรรมของศาสนา วรฺณาศฺรม ได้ออกแบบไว้ให้มีพลเมืองส่วนใหญ่เป็นพลเมืองที่ดีในสังคม เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของรัฐและสังคมในวิถีทิพย์ พลเมืองเช่นนี้จะขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์และความซื่อสัตย์ของสตรี เหมือนกับเด็กที่มีแนวโน้มไปในทางที่ผิด สตรีก็เช่นกันมีแนวโน้มไปในทางที่เสื่อมได้ ดังนั้น ทั้งเด็กและสตรีจำเป็นต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองจากสมาชิกผู้อาวุโสในครอบครัว เมื่อได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ทางศาสนาสตรีจะไม่ถูกนำไปในทางที่ผิดเรื่องชู้สาว ตามที่ จาณกฺย ปณฺฑิต ได้กล่าวไว้ว่าโดยทั่วไปสตรีไม่ค่อยฉลาดจึงไม่ควรไว้วางใจ ฉะนั้น ประเพณีครอบครัว และกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ ตัวสตรีนั้นควรปฏิบัติด้วยความบริสุทธิ์ และการอุทิศตนเสียสละเช่นนี้จะทำให้กำเนิดพลเมืองดีที่สามารถปฏิบัติตามระบบ วรฺณาศฺรม ได้ แต่ที่ วรฺณาศฺรม-ธรฺม ไม่ประสบผลสำเร็จก็เนื่องมาจากสตรีมีอิสระในการคบหากับบุรุษตามธรรมชาติ ดังนั้นความสัมพันธ์ทางชู้สาวจึงเกิดขึ้น ซึ่งเสี่ยงในการมีประชากรที่ไม่พึงปรารถนา บุรุษผู้ไม่รับผิดชอบจะชอบมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวในสังคม ดังนั้น จึงจะมีเด็กๆที่ไม่พึงประสงค์ออกมามากมายในสังคมมนุษย์ ซึ่งเป็นการเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดสงครามและโรคระบาด
kula-ghnānāṁ kulasya ca
patanti pitaro hy eṣāṁ
lupta-piṇḍodaka-kriyāḥ
กุล-ฆฺนานำ กุลสฺย จ
ปตนฺติ ปิตโร หฺยฺ เอษำ
ลุปฺต-ปิณฺโฑทก-กฺริยาห์
คำแปล
แน่นอนว่าการเพิ่มประชากรที่ไม่พึงปราราถนาเป็นสาเหตุแห่งชีวิตเสมือนอยู่ในนรก ทั้งของครอบครัวและของผู้ที่ทำลายประเพณีครอบครัว บรรพบุรุษของครอบครัวที่วิบัติเช่นนี้จะตกต่ำ เพราะพิธีการถวายอาหารและน้ำให้แด่พวกท่านต้องหยุดชะงักลงทั้งหมด
คำอธิบาย
ตามกฎของกิจกรรมเพื่อหวังผลทางวัตถุมีความจำเป็นต้องถวายอาหารและน้ำเป็นครั้งคราวให้แก่บรรพบุรุษของครอบครัว การถวายอาหารเช่นนี้ปฏิบัติด้วยการบูชาพระวิษฺณุ เพราะว่าการรับประทานอาหารที่เหลือจากที่ถวายให้องค์วิษฺณุจะส่งผลให้เราหลุดออกจากการกระทำบาปต่างๆ บางครั้งบรรพบุรุษอาจได้รับทุกข์ทรมานจากผลกรรมต่างๆ และบางครั้งบรรพบุรุษบางคนไม่สามารถแม้กระทั่งไปอยู่ในร่างวัตถุหยาบ จึงถูกบังคับให้อยู่ในร่างที่ละเอียด เช่น ร่างผี ดังนั้นเมื่อ ปฺรสาทมฺ (อาหารที่เหลือจากพระวิษฺณุ) ที่เราเอาไปถวายบรรพบุรุษของเรานั้นจะให้พวกท่านได้หลุดพ้นจากร่างผีหรือร่างชีวิตที่ทุกข์ทรมานอื่นๆ การช่วยเหลือบรรพบุรุษเป็นประเพณีของครอบครัว และผู้ที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอุทิศตนเสียสละรับใช้องค์ภควานฺจำเป็นต้องปฏิบัติพิธีกรรมเหล่านี้ ผู้ที่ปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้องค์กฺฤษฺณไม่จำเป็นต้องปฏิบัติพิธีกรรมเหล่านี้ เพียงแต่ปฏิบัติตนรับใช้องค์ภควานฺด้วยความเสียสละเราก็จะสามารถส่งบรรพบุรุษนับร้อยนับพันคนจากความทุกข์ทรมานทั้งปวงได้ มีกล่าวไว้ใน ภาควต (11.5.41) ว่า
น กิงฺกโร นายมฺ ฤณี จ ราชนฺ
สรฺวาตฺมนา ยห์ ศรณํ ศรณฺยํ
คโต มุกุนฺทํ ปริหฺฤตฺย กรฺตมฺ
“ผู้ใดที่มาพึ่งพระบาทรูปดอกบัวของ มุกุนฺท ผู้ให้อิสรภาพ ละทิ้งพันธกรณีข้อผูกพันทั้งปวง และยึดเอาวิธีปฏิบัตินี้อย่างจริงจัง จะไม่เป็นหนี้ในทางหน้าที่หรือสัญญาข้อผูกมัดใด ๆ ต่อเหล่าเทวดา นักบวช สิ่งมีชีวิตทั่วไป สมาชิกในครอบครัว มนุษยชาติ หรือบรรพบุรุษ” พันธกรณีเหล่านี้ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย ด้วยการปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้บุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้า
varṇa-saṅkara-kārakaiḥ
utsādyante jāti-dharmāḥ
kula-dharmāś ca śāśvatāḥ
วรฺณ-สงฺกร-การไกห์
อุตฺสาทฺยนฺเต ชาติ-ธรฺมาห์
กุล-ธรฺมาศฺ จ ศาศฺวตาห์
คำแปล
จากการกระทำชั่วของผู้ที่ทำลายล้างประเพณีของครอบครัว จึงทำให้เด็ก ๆ ที่ไม่พึงประสงค์กำเนิดขึ้น โครงการเพื่อสังคมและกิจกรรมเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของครอบครัวทั้งหมดก็จะถูกทำลายลง
คำอธิบาย
โครงการเพื่อสังคมมนุษย์สี่ระดับ บวกกับกิจกรรมเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของครอบครัวดังที่ได้กำหนดไว้โดยสถาบัน สนาตน-ธรฺมหรือ วรฺณาศฺรม-ธรฺม ได้ออกแบบไว้เพื่อให้มนุษย์สามารถได้รับความหลุดพ้นขั้นสูงสุด ดังนั้น การฝืนกฎวัฒนธรรมของ สนาตน-ธรฺม โดยผู้นำที่ไม่รับผิดชอบในสังคมจะนำมาซึ่งปัญหาความวุ่นวายในสังคม และจะทำให้เราลืมจุดมุ่งหมายของชีวิตคือ องค์วิษฺณุ ผู้นำเหล่านี้เรียกว่าผู้นำตาบอด ผู้ที่ตามผู้นำตาบอดจะถูกนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายแน่นอน
manuṣyāṇāṁ janārdana
narake niyataṁ vāso
bhavatīty anuśuśruma
มนุษฺยาณำ ชนารฺทน
นรเก นิยตํ วาโส
ภวตีตฺยฺ อนุศุศฺรุม
คำแปล
โอ้ กฺฤษฺณ ผู้ค้ำจุนประชากร ข้าพเจ้าได้ยินมาจากสาย ปรมฺปรา ว่าพวกที่ประเพณีของครอบครัวถูกทำลายนั้นจะต้องตกไปอยู่ในนรก
คำอธิบาย
อรฺชุน ทรงมีหลักพื้นฐานในการโต้แย้ง ซึ่งไม่ใช่มาจากประสบการณ์ของตนแต่ได้ยินมาจากผู้ที่เชื่อถือได้ นี่คือวิธีการรับความรู้ที่แท้จริง เราไม่สามารถมาถึงจุดที่แท้จริงแห่งความรู้ที่ถูกต้อง หากไม่มีผู้ที่มีคุณวุฒิอยู่ในความรู้แห่งสัจธรรมให้การช่วยเหลือ มีระบบในสถาบัน วรฺณาศฺรม ซึ่งก่อนตายเราจะต้องเข้าพิธีชดใช้บาปที่ได้กระทำไว้ ผู้ที่ทำบาปอยู่เสมอจะต้องกระทำพิธีชดใช้เรียกว่า ปฺรายศฺจิตฺต หากไม่ทำเช่นนี้จะต้องถูกส่งไปลงนรก เพื่อรับความทุกข์ทรมานจากผลกรรมที่ได้ก่อไว้อย่างแน่นอน
kartuṁ vyavasitā vayam
yad rājya-sukha-lobhena
hantuṁ sva-janam udyatāḥ
กรฺตุํ วฺยวสิตา วยมฺ
ยทฺ ราชฺย-สุข-โลเภน
หนฺตุํ สฺว-ชนมฺ อุทฺยตาห์
คำแปล
โอ้ อนิจจา มันแปลกอะไรเช่นนี้ที่เราเตรียมตัวเพื่อกระทำบาปอย่างใหญ่หลวง ด้วยแรงผลักดันจากความปรารถนาเพื่อแสวงหาความสุขอันยิ่งใหญ่นี้ เราจึงตั้งใจสังหารสังคญาติของเราเอง
คำอธิบาย
ด้วยการถูกผลักดันจากแรงกระตุ้นแห่งความเห็นแก่ตัว เราอาจจะเอนเอียงไปทำบาป เช่น สังหารพี่น้อง พ่อแม่ของเราเอง มีตัวอย่างมากมายในประวัติศาสตร์โลก แต่ อรฺชุน ผู้เป็นสาวกใจบุญขององค์ภควานฺ ทรงมีจิตสำนึกในหลักแห่งศีลธรรมอยู่เสมอ ดังนั้น จึงทรงพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการกระทำบาปเช่นนี้
aśastraṁ śastra-pāṇayaḥ
dhārtarāṣṭrā raṇe hanyus
tan me kṣema-taraṁ bhavet
อศสฺตฺรํ ศสฺตฺร-ปาณยห์
ธารฺตราษฺฏฺรา รเณ หนฺยุสฺ
ตนฺ เม เกฺษม-ตรํ ภเวตฺ
คำแปล
มันอาจเป็นการดีกว่าถ้าหากเหล่าโอรสของ ธฺฤตราษฺฏฺร ผู้มีอาวุธครบมือมาสังหารข้าพเจ้าขณะที่ข้าพเจ้าไร้อาวุธ และข้าพเจ้าจะไม่ตอบโต้ในสนามรบ
คำอธิบาย
เป็นประเพณีตามหลักการต่อสู้ของ กฺษตฺริย ว่าศัตรูผู้ไม่มีอาวุธ และไม่ยินดีต่อสู้ไม่ควรถูกทำร้าย อย่างไรก็ดี อรฺชุน ทรงตัดสินใจแล้วว่าถึงแม้ศัตรูจะบุกรุกเข้ามาในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้พระองค์จะทรงไม่ยอมต่อสู้ โดยมิได้พิจารณาว่าฝ่ายตรงข้ามมีควาปรารถนาจะสู้รบแค่ไหน ลักษณะอาการทั้งหมดนี้ก็เนื่องมาจากหัวใจที่อ่อนโยน จากผลที่ทรงเป็นสาวกผู้ยิ่งใหญ่ขององค์ภควานฺนั้นเอง
evam uktvārjunaḥ saṅkhye
rathopastha upāviśat
visṛjya sa-śaraṁ cāpaṁ
śoka-saṁvigna-mānasaḥ
เอวมฺ อุกฺตฺวารฺชุนห์ สงฺเขฺย
รโถปสฺถ อุปาวิศตฺ
วิสฺฤชฺย ส-ศรํ จาปํ
โศก-สํวิคฺน-มานสห์
คำแปล
สญฺชย กล่าวว่า หลังจากอรฺชุน ตรัสเช่นนี้ที่สมรภูมิแล้ว ทรงวางคันธนูและลูกศรไว้ข้าง ๆ และนั่งลงบนราชรถ ภายในจิตใจเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
คำอธิบาย
ขณะที่อรฺชุน ทรงยืนอยู่บนราชรถได้สำรวจสถานการณ์ของฝ่ายศัตรู แต่ว่าพระองค์ทรงถูกครอบงำด้วยความเศร้าโศกเสียใจ จึงทรงนั่งลงอีกครั้งพร้อมทั้งวางคันธนูและลูกศรลงข้าง ๆ ผู้ที่มีจิตสำนึกเมตตาและอ่อนโยนจากการอุทิศตนเสียสละรับใช้องค์ภควานฺเช่นนี้เป็นผู้เหมาะสมที่จะได้รับความรู้แจ้งแห่งตน
ดังนั้น ได้จบคำอธิบายโดย ภักดีเวดานตะ บทที่หนึ่ง ของหนังสือ ศฺรีมทฺ ภควัท-คีตา ในหัวข้อเรื่อง สำรวจกองทัพที่สมรภูมิ กุรุกฺเษตฺร